
เปิดแผนลงทุนน้ำ3แสนล้าน สร้างอนาคตประเทศไทย
การณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ปลายปี 2554 สร้างความเสียหายด้านทรัพย์สิน 1.3 ล้านล้านบาท
เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ปลายปี 2554 สร้างความเสียหายด้านทรัพย์สิน 1.3 ล้านล้านบาท
และมูลค่าการผลิต 2-3 แสนล้านบาท โรงงานนับพันแห่งต้องยุติการผลิตโดยสิ้นเชิง ไม่เพียงกระทบต่อไทยเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบไปทั่วโลก เพราะไทยเป็นแหล่งผลิตชิ้นส่วนฯ ที่เป็นซัพพลายเชนของโลก
วันนี้นักลงทุนทั่วโลกต่างจับจ้องแผนการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย ขณะที่รัฐบาลเตรียมชี้แจงแผนการลงทุนด้านน้ำให้นักลงทุนต่างประเทศในวันที่ 14 ม.ค.นี้ โดยมี กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เป็นผู้ชี้แจง พร้อมทั้งชี้แจงแผนการลงทุนเพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ
โดยเฉพาะแผนการลงทุนด้านน้ำมีความชัดเจนแล้ว โดยคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) และคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) เห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำแบบบูรณาการและยั่งยืน (กรณีลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา) 3 แสนล้านบาทแล้ว
ประกอบด้วย 1.แผนงานฟื้นฟู อนุรักษ์ป่า และระบบนิเวศ ซึ่งเป็นการฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำสำคัญในการดูดซับและชะลอน้ำ เช่น การฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรม ป่าชายเลน ปรับปรุงการใช้น้ำและการใช้ประโยชน์จากที่ดิน เพิ่มศักยภาพการเก็บน้ำ โดยก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ
2.แผนงานบริหารจัดการเขื่อนเก็บน้ำหลักและจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำของประเทศประจำปี เพื่อปรับปรุงระบบการบริหารจัดการน้ำของประเทศและในเขื่อนสำคัญให้มีประสิทธิภาพ
3.แผนงานฟื้นฟูและปรับปรุงประสิทธิภาพสิ่งก่อสร้างเดิมหรือตามแผนที่วางไว้ เช่น ปรับปรุงคันกั้นน้ำ ขุดคลอง ฟื้นฟูและพัฒนาแม่น้ำ คู คลอง พื้นที่แก้มลิง เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำหลาก อาทิ พื้นที่ Flood Plain ทางตอนเหนือของ กทม.พื้นที่ฝั่งตะวันตกและตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา และท้ายน้ำของ กทม.
4.แผนงานพัฒนาคลังข้อมูล ระบบพยากรณ์ และระบบเตือนภัย สร้างแบบจำลองพยากรณ์และเตือนภัย และปรับปรุงองค์กร ระบบตรวจวัดข้อมูล ระบบการสื่อสาร
5.แผนงานเผชิญเหตุเฉพาะพื้นที่ เพื่อให้มีความสามารถในการเตรียมพร้อมและป้องกันอุทกภัย เช่น พัฒนาระบบป้องกันในพื้นที่ชุมชน นิคมอุตสาหกรรม แหล่งมรดกวัฒนธรรม
6.แผนการกำหนดพื้นที่รับน้ำนองและมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้พื้นที่เพื่อการรับน้ำ เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัย สนับสนุนแผนการบริหารจัดการน้ำในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น กำหนดพื้นที่รับน้ำนองลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา 13 แห่ง
ฟื้นฟูพื้นที่รับน้ำนองและพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากให้เป็นแก้มลิงธรรมชาติ เช่น บริเวณบึงบอระเพ็ด บึงสีไฟ กำหนดพื้นที่รับน้ำ เช่น ทุ่งท่าวุ้ง เชียงราก และบางกลุ่ม
7.แผนงานปรับปรุงองค์กรบริหารจัดการน้ำเพื่อจัดการน้ำแบบบูรณาการ โดยระยะเร่งด่วนให้มีคณะกรรมการเฉพาะกิจ เพื่อบริหารจัดการตามแผนปฏิบัติภายใต้แผนแม่บทจัดการทรัพยากรน้ำ ส่วนระยะยาวให้มีองค์กรจัดการทรัพยากรน้ำเป็นการถาวร
และ 8.แผนงานสร้างความเข้าใจ การยอมรับและการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการอุทกภัยขนาดใหญ่ของทุกภาคส่วน
ภายใต้แผนงานลุ่มน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาแบบบูรณาการและยั่งยืน มีโครงการด้านสิ่งก่อสร้าง เช่น เขื่อนแก่งเสือเต้นกำหนดพื้นที่ชุ่มน้ำมาใช้ในการกระจายยอดน้ำหลาก ได้แก่ พื้นที่ชลประทานเจ้าพระยาใหญ่ (เขื่อนเจ้าพระยา) ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย ท่าจีน และพื้นที่ชลประทานพิษณุโลก (เขื่อนนเรศวร) ริมแม่น้ำยมและน่าน
กำหนดพื้นที่เศรษฐกิจหลักที่ต้องปลอดภัยจากอุทกภัยทุกกรณี ได้แก่ พื้นที่ฝั่งตะวันออกแม่น้ำเจ้าพระยาคือ ตั้งแต่ จ.พระนครศรีอยุธยา-อ่าวไทย ประกอบด้วยพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาถึงคลองระพีพัฒน์แยกใต้ คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต พื้นที่ 3,860 ตร.กม. ส่วนพื้นที่ตะวันตกแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่คลองพระยาบันลือถึงอ่าวไทยพื้นที่ 2,500 ตร.กม.
พื้นที่ชุ่มน้ำที่นำมาใช้เป็นแก้มลิงแม่น้ำ 13 แห่ง ได้แก่ ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบนคือ บึงบอระเพ็ด-ชุมแสง ชุมแสง-เก้าเลี้ยวอ.เมืองนครสวรรค์ ตะพานหิน-บางมูลนาก-โพทะเล อ.เมืองพิจิตรอ.โพธิ์ประทับช้าง และ อ.บางกระทุ่ม พื้นที่รวม 1,800 ตร.กม. ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างคือ บางบาล (1) ป่าโมก-ผักไห่ ผักไห่-บางยี่หน บางบาล (2) ดอนพุด-มหาราช ภูเขาทอง-บางปะหัน ไชโย-บ้านแพรก อ่างทองตะวันตก พื้นที่รวม 1,329 ตร.กม.
นอกจากนี้ ยังมีการสร้างทางน้ำหลาก (ฟลัดเวย์) นอกพื้นที่เศรษฐกิจหลัก 2 เส้นทาง
ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ทางน้ำหลากที่สำคัญคือ คลองระพีพัฒน์แยกใต้ คลอง 13 คลอง 14 คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตจนถึงอ่าวไทย
ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาคือ พื้นที่โครงการเจ้าเจ็ดบางยี่หน อ.บางเลน อ.เมือง จ.นครปฐม ไปสู่คลองสุนัขหอนจนถึงอ่าวไทย
อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา คณะกรรมการ กยน. กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้รับหลักการของแผนจัดการลุ่มน้ำและงบประมาณที่จะใช้ในการบริหารลุ่มน้ำแล้ว 3.5 แสนล้านบาท งบ 3 แสนล้านบาทจะดำเนินการในลุ่มน้ำในภาคเหนือและภาคกลาง พื้นที่ใน กทม.การทำฟลัดเวย์ อ่างเก็บน้ำทั้งขนาดใหญ่และขนาดกลาง และระบบการเตือนภัย
เงินอีกจำนวน 5 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่ลุ่มน้ำ 17 ลุ่มน้ำ โดยจัดทำเป็นแผนทั้งหมด 8 แผน และนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 10 ม.ค.นี้
ขณะที่ อาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนา การเศรษฐ กิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า กยอ.มีมติเห็นชอบกรอบความต้องการการใช้เงินเพื่อสร้างอนาคตประเทศ ในส่วนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งยุคใหม่ในวงเงิน 2.27 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นหนึ่งในกรอบการลงทุนสร้างอนาคตประเทศ 5 ด้าน
1.การลงทุนด้านน้ำ 3.5 แสนล้านบาท 2.การสร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทย 3.การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ 4.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ 2.27 ล้านล้านบาท และ 5.การพัฒนาธุรกิจประกัน ภัย โดยจะมีการจัดตั้งกองทุนประกันภัยวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท
อาคม อธิบายแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ทั้งทางบก น้ำและอากาศ มีโครงการทางหลวงระหว่างเมือง โครงการสร้างเส้นทางรถไฟสายใหม่ โครงการรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง โครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ และเมืองหลัก เช่น จ.เชียงใหม่ โครงการก่อสร้างเส้นทางวงแหวนรอบที่ 3
ส่วนแหล่งเงินในการลงทุนนั้น จะเป็นงบประมาณของรัฐบาล 1.13 ล้านล้านบาท
เงินลงทุนที่เหลือมาจากการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชนในรูปแบบ PPP และการลงทุนโดยใช้รายได้ของรัฐวิสาหกิจเริ่มตั้งแต่ปี 2555-2556
นี่คือแผนการลงทุนเพื่อฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศที่รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำคลอดมา







