posttoday
ธอส.ห้ามลดราคาประเมิน

ธอส.ห้ามลดราคาประเมิน

02 มกราคม 2555

สั่งสาขาใช้ฐานเดิมปล่อยกู้บ้านสินเชื่อลดตลาดซบยาวถึงครึ่งปี

สั่งสาขาใช้ฐานเดิมปล่อยกู้บ้านสินเชื่อลดตลาดซบยาวถึงครึ่งปี

ธอส.สั่งห้ามลดราคาประเมินหลักทรัพย์ลูกค้าในการกู้ยืมลงมา เดินหน้าปล่อยกู้ปีนี้ 9.9 หมื่นล้าน แม้ประชาชนชะลอการตัดสินใจซื้อบ้านเพราะรอดูสถานการณ์น้ำ

นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่ในหลายพื้นที่จะมีผลต่อการประเมินหลักทรัพย์ที่นำมาค้ำประกันการกู้ยืมเงินบ้าง แต่ได้มอบนโยบายไปยังทุกสาขาของธนาคารแล้วว่าไม่ให้ลดราคาหลักประกันการกู้ยืมเงินเดิมลงมา ให้ใช้ราคาเดิมก่อนหน้าที่ธนาคารใช้ในการประเมินสินเชื่อมาเป็นฐานในการปล่อยกู้

ทั้งนี้ ยกเว้นกรณีที่พนักงานธนาคารออกไปสำรวจตรวจสอบทรัพย์สินแล้วพบว่าเจ้าของที่ดิน เจ้าของโครงการยังไม่มีการปรับปรุงฟื้นฟูที่อยู่อาศัยที่นำมาเป็นหลักประกัน เช่น ยังปล่อยให้อยู่ในสภาพเหมือนน้ำยังเคยท่วมมาก่อน ไม่มีการปรับปรุงทำความสะอาดทรัพย์สิน ที่ดิน ถนน ระบบสาธารณูปโภค ธนาคารก็จำเป็นจะต้องลดราคาหลักประกันลงมาจากเดิม

นายวรวิทย์ กล่าวอีกว่า ในปี 2555 ธนาคารยังกำหนดเป้าหมายในการปล่อยสินเชื่อที่ระดับเดียวกับปี 2554 คือ ตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อทั้งปีไว้ที่ 9.9 หมื่นล้านบาท

สาเหตุที่ธนาคารไม่เพิ่มเป้าหมายขยายสินเชื่อ เพราะคาดว่าผลกระทบจากน้ำท่วมยังมีส่วนให้ประชาชนจำนวนมากตัดสินใจชะลอการซื้อบ้าน เพราะอยากรอดูสถานการณ์ทั้งเรื่องน้ำท่วมซ้ำและภาวะการเงินที่อาจจะยังไม่มีความพร้อม

กรรมการผู้จัดการ ธอส. ชี้แจงว่า ในช่วง 2 เดือนของปีที่แล้ว (พ.ย.-ธ.ค. 2554) ยอดการโอนกรรมสิทธิ์ลดลงไปกว่า 60% ขณะที่ยอดการปล่อยสินเชื่อของธนาคารก็ลดลงถึง 40% จากที่เคยปล่อยสินเชื่อได้เฉลี่ยประมาณเดือนละ 1 หมื่นล้านบาท ลดลงเหลือแค่เดือนละ 6,000 ล้านบาท จึงคาดว่าผลกระทบในการตัดสินใจยื่นเรื่องขอกู้เงินจะยังมีอยู่ในไตรมาสแรก และต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 2 หลังจากนั้นคาดว่าสถานการณ์การกู้เงินเพื่อซื้อบ้านที่อยู่อาศัยจะเข้าสู่ภาวะปกติ

“ผมคิดว่าคงต้องรอดูในไตรมาสที่ 1 ก่อนว่าน้ำท่วมทำให้คนชะลอซื้อบ้านมากกว่านี้หรือไม่ แต่เชื่อว่าในไตรมาสที่ 1 จะดีกว่าในไตรมาสที่ 4 ของปี 2554 แน่นอน และคาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติได้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 และ 3 เป็นต้นไป” นายวรวิทย์ กล่าว

นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบกับผู้ประกอบการหลายราย พบว่าตลาดซบเซาอย่างมากทั้งในส่วนตลาดที่อยู่อาศัยสร้างใหม่และตลาดที่อยู่อาศัยมือสอง โดยจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมโครงการและจำนวนหน่วยบ้านจัดสรรที่ผู้ซื้อขอโอนกรรมสิทธิ์ลดลงมากกว่า 50% ในระยะนี้ และในบางกรณีอาจลดลงถึง 80% ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการแนวราบที่ลดลงมากที่สุด

 

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่