posttoday
ไฟเขียว5สัมปทานปิโตรฯ

ไฟเขียว5สัมปทานปิโตรฯ

26 กุมภาพันธ์ 2553

โพสต์ทูเดย์ — พลังงาน ลงนามสัมปทานปิโตรเลียมให้เอกชน 5 ราย หวังกระตุ้นการลงทุนด้านพลังงาน 1,500 ล้านบาท

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามให้สัมปทานเพื่อสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในแปลงสำรวจบนบก 5 แปลงกับกลุ่มบริษัทผู้รับสัมปทานจำนวน 5 ราย ซึ่งเป็นการอนุมัติล็อตสุดท้ายของการเปิดสัมปทานรอบที่ 20 โดยจะทำให้เกิดการลงทุนด้านพลังงาน 47 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,500 ล้านบาท และจะทำให้ไทยพบแหล่งปิโตรเลียมใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ

ปัจจุบันการขุดเจาะสำรวจแหล่งปิโตรเลียมที่ผ่านมาทำให้ประเทศไทยสามารถผลิตปิโตรเลียมในรูปของก๊าซธรรมชาติ น้ำมันดิบ และคอนเดนเสท คิดเป็นปริมาณเทียบเท่าน้ำมันดิบวันละ 7 แสนบาร์เรล หรือคิดเป็นสัดส่วน 40% ของความต้องการปิโตรเลียมในไทย โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2553 (ต.ค. 2552ม.ค. 2553) ผลิตปิโตรเลียมคิดเป็นมูลค่า 1.53 แสนล้านบาท ในขณะที่ภาครัฐได้ผลประโยชน์จากค่าภาคหลวง อัตราภาษีและผลประโยชน์อื่นรวม 1.89 หมื่นล้านบาท

“การเปิดสัมปทานปิโตรเลียมนอกจากจะช่วยให้ไทยพบแหล่งพลังงานใหม่ๆของประเทศแล้ว ยังทำให้กิดการลงทุน กระตุ้นเศรษฐกิจ และการจ้างงานในประเทศ รวมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับคนไทยด้วย นอกจากนี้รัฐยังได้รับประโยชน์ในรูปของเงินค่าภาคหลวงในสัดส่วน 515% ตามระดับของอัตราการผลิต และภาษีเงินได้ปิโตรเลียมในอัตรา 50 %ของกำไรสุทธิ และหากเป็นแหล่งใหญ่หรือน้ำมันมีราคาสูงจะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษตามกฎหมายเพิ่มขึ้นด้วย

นายคุรุจิต นาครทรรพ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า การเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ หรือรอบที่ 21 อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลในหลายๆ ด้าน เช่น ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันแปลงสัมปทานฯ ที่ยังไม่ได้สำรวจ ตลอดจนภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งหากปัจจัยเหล่านี้เอื้อต่อการลงทุน ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ในปีนี้คงไม่ทันกับการเปิดสัมปทานฯ คงต้องรอในปี 2554

อย่างไรก็ตาม ด้านกำลังผลิตก๊าซธรรมชาติในปี 2553 น่าจะอยู่ที่ 4,400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบจากปี 2552 อยู่ที่ 3,600 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ซึ่งในช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ความต้องการใช้ก๊าซอยู่ที่ 3,900 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน โดยในปีหน้าคาด ว่ากำลังผลิตก๊าซน่าจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 4,500 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน

สำหรับรายละเอียดของ แปลงสัมปทานปิโตรเลียมที่ได้อนุมัติในรอบนี้ ประกอบด้วย .แปลงสำรวจ L3/50 ครอบคลุมพื้นที่จ.เชียงใหม่ ลำพูน ตาก และลำปาง ของบริษัท JSX Energy (Thailand) Limited . แปลงสำรวจ L50/50 ครอบคลุมพื้นที่จ. สระแก้ว บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ของบริษัท Pearl Oil (Resources) แปลงสำรวจ L52/50 และแปลงสำรวจ L53/50 ครอบคลุมพื้นที่จ. สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และกระบี่ ของ บริษัท Pearl Oil (Petroleum). และบริษัท Carnarvon Petroleum Limited แปลงสำรวจ L31/50 ครอบคลุมพื้นที่จ.บุรีรัมย์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด และสุรินทร์ ของบริษัท Shaanxi Yanchang Petroleum (Group)

ทั้งนี้ บริษัทที่ได้รับการพิจารณาให้เป็นผู้รับสัมปทาน 5 แปลงสำรวจมีข้อผูกพันที่จะต้องลงทุนดำเนินงานสำรวจช่วงระยะ 3 ปีแรก (ปี 2553 – 2555) คือ ทำการศึกษาธรณีวิทยา ธรณีฟิสิกส์ ประมวลผลข้อมูลเดิม การสำรวจวัดความไหวสะเทือนแบบ 2 มิติ ระยะทาง 1,050 ก.ม. การสำรวจวัดความไหวสะเทือนแบบ 3 มิติ ครอบคลุมพื้นที่ 200 ตร.ก.ม. และเจาะหลุมสำรวจ 5 หลุม

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่