
ตั้งกลุ่มเครื่องสำอางเสริมแกร่ง
ส.อ.ท.เตรียมตั้งกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ปี 2555 เสริมแกร่งธุรกิจ
ส.อ.ท.เตรียมตั้งกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ปี 2555 เสริมแกร่งธุรกิจ
นายเจน นำชัยศิริ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในปี 2555 ส.อ.ท.จะจัดตั้งกลุ่มอุตสาหกรรมกลุ่มใหม่ขึ้น ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมลำดับที่ 42 หลังจากที่ปลายปี 2554 ได้จัดตั้งกลุ่มอุตสาหกรรมต่อเรือและซ่อมเรือ เป็นกลุ่มที่ 41 โดยทางคณะกรรมการ ส.อ.ท.ได้เห็นชอบให้จัดตั้งกลุ่มเครื่องสำอางแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะต้องมีการประชุมคณะกรรมการแต่งตั้งประธานกลุ่ม โดยในวันที่ 19 ม.ค. 2555 จะสถาปนากลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง
การรวมตัวจัดตั้งกลุ่มอุตสาหกรรมใน ส.อ.ท. ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีความพร้อม มียุทธศาสตร์ในการดำเนินการที่เป็นเอกลักษณ์ประจำกลุ่ม มีอุตสาหกรรมเชื่อมโยง ส.อ.ท.จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่
สมาชิกกลุ่มในขั้นแรกต้องมีไม่ต่ำกว่า 20 ราย จากจำนวนผู้ประกอบการทั้งระบบที่มีอยู่กว่า 100 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตเครื่องสำอางแบรนด์ไทย แต่บางรายยังไม่ได้เข้ามาเป็นสมาชิก
นายเจน กล่าวว่า การจัดตั้งกลุ่มเครื่องสำอางจะได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มสมุนไพรไทย เพราะส่วนหนึ่งเป็นเครื่องสำอางจากสมุนไพรไทย โดยการจัดตั้งดังกล่าวเป็นการสร้างเครือข่ายและเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้าด้วยกัน เมื่อมีปัญหาจะทำให้เข้าถึงความช่วยเหลือได้ง่ายขึ้นและมีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น
ขณะที่การจัดตั้งกลุ่มอุตสาห กรรมล่าสุด ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมต่อเรือและซ่อมเรือ มีนายวิรัตน์ ชนะสิทธิ์ เป็นประธานกลุ่ม ได้ทำพิธีสถาปนาไปเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2554 ถือเป็นอีกอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญทั้งทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ
ปัจจุบันอุตสาหกรรมดังกล่าว มีผู้ประกอบการในประเทศที่มีศักยภาพ มีขีดความสามารถในการผลิตและส่งออกก่อให้เกิดรายได้ และการจ้างแรงงานจำนวนมาก ทั้งในอุตสาหกรรมต่อเรือและซ่อมเรือ รวมถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ อุตสาหกรรมเหล็ก เครื่องจักรกล เฟอร์นิเจอร์ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องปรับอากาศ สี และอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ เป็นต้น
ดังนั้น สมควรที่ภาครัฐควรให้การส่งเสริมและสนับสนุน เนื่องจากมีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ทางน้ำที่มีต้นทุนต่ำ เหมาะสมกับภูมิประเทศของไทย โดยประเทศไทยมีความพร้อมและศักยภาพทางด้านอู่ซ่อมเรือขนาดใหญ่ อาทิ เรือสำราญ เรือท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตได้อีกทางหนึ่ง







