posttoday
ไฟแนนซ์ทูเดย์

ไฟแนนซ์ทูเดย์

28 ธันวาคม 2554

เค้าลางความยุ่งยากของการบริหารเศรษฐกิจเริ่มขึ้นอีกแล้ว เมื่อรัฐบาลเข้าไปกดดันกับการทำงานของแบงก์ชาติมากจนเกินไป

เค้าลางความยุ่งยากของการบริหารเศรษฐกิจเริ่มขึ้นอีกแล้ว เมื่อรัฐบาลเข้าไปกดดันกับการทำงานของแบงก์ชาติมากจนเกินไป

โดย..ช.ชดา

ทั้งเรื่องการบีบให้รับหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ 1.1 ล้านล้านบาท การให้แบงก์ชาติปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้ประกอบการที่โดนน้ำท่วม

เรื่องอย่างนี้ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กับธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง คงไม่คิดซับซ้อนซ่อนเงื่อนขนาดนั้น

คนในแวดวงการเงินมองว่า นี่เป็นฝีมือของ นิพัทธ พุกกะณะสุต กรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) และ ดร.โกร่งวีรพงษ์ รามางกูร ประธาน กยอ. และ วิจิตร สุพินิจ อดีตประธาน ก.ล.ต. ที่ปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการของรัฐบาล

แต่เรื่องนี้ คนที่รับหน้าเสื่อไปเต็มๆ เมื่อมีประเด็นขัดแย้งคือ เดอะโต้ง กิตติรัตน์ และเดอะธี ธีระชัย รมว.คลัง ข้าวนอกนา อดีตคนแบงก์ชาติ จะต้องตอบคำถามสาธารณชนเต็มๆ ว่าอะไรเป็นอะไร และแนวคิดนี้มาจากไหน

ยามนี้แบงก์ชาติกำลังเตรียมวางแนวทางแก้ลำรัฐบาลว่าจะตอบคำถามยังไงดี ที่จะดูแล้วไม่เกิดภาพความขัดแย้งระหว่างกระทรวงการคลัง และแบงก์ชาติ แต่ ช.ชดาว่า ดูยังไงก็ไม่มีทางสร้างภาพให้ดูดีไปได้ เพราะความจริงไม่เป็นอย่างนั้น

ก่อนที่จะมีการนำเรื่องนี้เสนอเข้าไปในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในทางปฏิบัติแล้วควรจะมีการหารือกันให้จบเสียก่อน ระหว่างผู้บริหารแบงก์ชาติกับกระทรวงการคลัง เพราะการโยนเรื่องเข้า ครม.ไปแล้ว ผ่านความเห็นชอบออกมาแล้ว แต่เมื่อลงมือปฏิบัติไปติดขัดข้อกฎหมาย ก็หน้าแตกยับล่ะคราวนี้

เมื่อ ครม.มีมติแล้วทำไม่ได้ คงน่าขบขันพิลึก และกลายเป็นรัฐบาลทำงานไม่เป็น แล้วถ้ารักษาหน้ามากก็จะยิ่งทำยิ่งยุ่ง เรื่องนี้แค่ดูก็เห็นแล้วว่าจะจบอย่างไร

ความพยายามโยนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ 1.1 ล้านล้านบาท อันเกิดมาจากวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 ช.ชดา ในฐานะคนเก่าแก่ขอบอกว่า นี่เป็นหนี้ที่รัฐบาลและแบงก์ชาติต้องร่วมกันรับผิดชอบ ไม่ใช่ปัดไปให้คนใดคนหนึ่ง เพราะการแก้ไขปัญหาสถาบันการเงิน กระทรวงการคลังและแบงก์ชาติทำร่วมกัน ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน