
ITDทุนอื้อไม่เพิ่มทุน
ITD หมดห่วงเพิ่มทุน ทำท่าเรือทวาย คาดได้เงินกู้จากเจบิก 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนเงินลงทุนใช้แปลงที่เป็นทุน หาผู้ร่วมทุน ปีหน้าเห็นกำไร งานในมือ
ITD หมดห่วงเพิ่มทุน ทำท่าเรือทวาย คาดได้เงินกู้จากเจบิก 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนเงินลงทุนใช้แปลงที่เป็นทุน หาผู้ร่วมทุน ปีหน้าเห็นกำไร งานในมือ
นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) แถลงว่า ขณะนี้ได้ตั้งบริษัท ทวาย ดีเวล๊อปเมนต์ (DDC) ทุนจดทะเบียน 100 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อดำเนินโครงการนิคมอุตสาหกรรมทวายในพม่า บนพื้นที่ 1.6 แสนไร่ ซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินงานทางเทคนิคทั้งออกแบบและหาเงินทุน โดยโครงการนี้คิดโดยญี่ปุ่น จึงเชื่อว่าจะได้รับการสนับสนุนด้านการเงินอย่างเต็มที่ โดย ITD ไม่ต้องเพิ่มทุน ส่วนเงินลงทุนจะใช้วิธีแปลงที่ดินเป็นทุนแทนแล้วหาผู้ร่วมทุน
“เราตั้ง DDC ขึ้นมาเพื่อเชิญนักลงทุนเข้าร่วมถือหุ้นเพื่อเปิดบริษัทในพม่า มีคนสนใจเข้ามามากเพื่อเป็นผู้ร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ แต่ ITD จะคงความเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ไว้อย่างน้อย 51% ตอนนี้มีเอกชนพม่าเสนอเข้ามาถือหุ้นใน DDC 25%” นายเปรมชัย กล่าว
นิคมฯ แห่งนี้บริษัทเช่าพื้นที่จากรัฐบาลพม่านานถึง 75 ปี โดยเงินทุนเบื้องต้นโดยรวมยังไม่สามารถประมาณการทั้งหมดได้ แต่ที่ชัดเจนแล้วมี 2 โครงการ คือ โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกและถนน มูลค่าเงินลงทุน 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ได้รับการสนับสนุนเงินกู้จากธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ระยะ 20 ปี อัตราดอกเบี้ย 12.3% ผ่านธนาคารขนาดใหญ่ของไทย คือ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ธนาคารกรุงไทย (KTB) และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIMBANK) ที่จะเดินทางเยือนทวายพร้อมกับคณะของรัฐบาลในวันที่ 7 ม.ค. 2555
โครงการท่าเรือดังกล่าว DDC ถือหุ้นทั้งหมด มีพื้นที่ 6,000 ไร่ ขณะนี้ตั้งบริษัทแล้ว โดยการแปลงที่ดินเป็นทุนและอยู่ระหว่างการหาผู้ร่วมทุน คาดว่าจะเป็นญี่ปุ่น โดยมีต่างชาติ 3 รายแสดงความสนใจเข้ามาแล้ว
สำหรับโครงการที่ชัดเจน คือ โครงการสร้างรถไฟ มูลค่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่กำลังตัดสินใจว่าจะกู้เงินจากจีนหรือญี่ปุ่น ส่วนโครงการอื่นยังไม่ชัดเจน
ขณะที่โครงการสร้างโรงถลุงเหล็ก 1.3 หมื่นไร่ จดทะเบียนจัดตั้งแล้ว ด้วยการแปลงที่ดินเป็นทุน มีผู้สนใจเข้าร่วมทุน 3 ราย คาดว่าได้ข้อสรุปใน 6 เดือน เช่นเดียวกับบริษัทร่วมทุนโรงกลั่นน้ำมันและก๊าซ ประมาณ 4,000-5,000 ไร่ มีบริษัทสนใจแล้ว
ด้านโครงการโรงไฟฟ้า 2,300 ไร่ กำลังหาข้อสรุป โดย DDC ถือหุ้น 40% บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้งส์ (RATCH) ถือหุ้น 30% ที่เหลือเป็นผู้ร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ที่คาดว่าจะเป็นญี่ปุ่น
ทั้งนี้ SCB เป็นผู้ให้กู้เบื้องต้น 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับสนับสนุนการดำเนินงานปัจจุบันทั้งศึกษาและจ้างที่ปรึกษา
นายเปรมชัย กล่าวว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานของ ITD ในปีหน้าคาดว่าจะมีกำไร เพราะจะรับรู้รายได้จากการขายที่ดินในนิคมฯ ทวาย 5 หมื่นไร่ และยังจะมีงานในมือสูงถึง 4 แสนล้านบาท รอรับรู้รายได้ ซึ่งเป็นงานต้นทุนใหม่มีอัตรากำไรสูงกว่าเดิม โดยปีนี้มีงานในมือ 1.7 แสนล้านบาท
“แม้ว่าสัดส่วนหนี้สินต่อทุนเราจะสูงเกือบ 3 เท่า แต่เชื่อว่าไม่ขาดทุนตลอดไป เพราะงานก่อสร้างเข้ามามากและงานที่เข้ามาได้ราคาที่ไม่ขาดทุนเลย” นายเปรมชัย กล่าว
ประธานบริหาร ITD ให้ความเห็นว่า กำไรของบริษัทจะมาจากการขายที่ดิน มีกำไรงานก่อสร้างจากทวายที่มอบหมายให้ ITD แต่เพียงบริษัทเดียว จึงกำหนดราคาก่อสร้างได้
“ถ้ากำไรเร็วๆ ก็คือขายที่ได้ แต่กำไรระยะยาวจะมาจากงานก่อสร้างที่เข้ามามาก” นายเปรมชัย กล่าว
ทั้งนี้ งวด 9 เดือนปีนี้ ITD มีผลขาดทุน 1,392 ล้านบาท หรือขาดทุนต่อหุ้น 0.33 บาท นอกจากนั้นยังดอกเบี้ยปีละ 2,000 ล้านบาท
ด้านการซื้อขายหุ้น ITD วันที่ 26 ธ.ค. ได้รับความสนใจจากนักลงทุนสูงมาก และราคาขึ้นสวนตลาด โดยปิดที่ระดับ 3.74 บาท บวก 0.04 บาท







