posttoday
ยืดเวลาจ่าย‘เบี้ยประกัน’

ยืดเวลาจ่าย‘เบี้ยประกัน’

23 ธันวาคม 2554

คปภ. ขยายเวลาจ่ายเบี้ยประกันภัยรถยนต์อีก 60 วัน ประกันภัยอื่นๆ อีก 30 วัน

คปภ. ขยายเวลาจ่ายเบี้ยประกันภัยรถยนต์อีก 60 วัน ประกันภัยอื่นๆ อีก 30 วัน

น.ส.คนึงนิจ สุจิตจร ผู้ช่วยเลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า คปภ.ได้ขยายระยะเวลาการชำระเบี้ยประกันวินาศภัย ทั้งประกันภัยรถยนต์ และประกันภัยอื่นๆ แก่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วม ที่ต้องชำระเบี้ยประกันภัยภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2554 นี้

ทั้งนี้ ประกันภัยรถยนต์ได้ขยายเวลาในการชำระเบี้ยออกไปอีก 60 วัน ส่วนประกันภัยอื่นๆ เช่น ประกันภัยทรัพย์สิน ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันภัยสุขภาพ และอื่นๆ ขยายระยะเวลาอีก 30 วัน

“เดิมกรมธรรม์จะขยายระยะเวลาให้อยู่แล้ว 30 วัน แต่ทาง คปภ.ให้เพิ่มอีก 30 วัน สำหรับประกันอื่นๆ และเพิ่มอีก 60 วันสำหรับประกันภัยรถยนต์” น.ส.คนึงนิจ กล่าว

สำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในเขตประสบภัยน้ำท่วมตามที่ทางการประกาศ ยังใช้เกณฑ์เดิมต้องชำระเบี้ยประกันภัยรถยนต์ก่อนบริษัทประกันภัยถึงจะให้ความคุ้มครอง

ดังนั้น จะต้องทำความเข้าใจให้ดี ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดความเสียหาย หากเข้าใจผิดหรือหลงลืมต่อประกัน

นายสุทธิ รจิตรังสรรค์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า ในส่วนของประกันชีวิตหากลูกค้าต้องการที่จะนำเบี้ยประกันชีวิตไปลดหย่อนภาษีให้ทันในช่วงเดือน มี.ค. 2555 ต้องจ่ายเบี้ยประกันให้ทันภายในสิ้นปีนี้ แม้ว่าบริษัทประกันชีวิตจะขยายระยะเวลาการจ่ายเบี้ยประกันออกไปจาก 31 วันเป็น 91 วันก็ตาม

นายพันธ์เทพ ชัยปริญญา ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสินไหมทดแทน บริษัท วิริยะประกันภัย เปิดเผยว่า เนื่องจากบริษัทประกันภัยเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม จึงได้ทำเรื่องเสนอไปยัง คปภ. เพื่อขอให้ คปภ.ผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัยรถยนต์และประกันภัยอื่นๆ

“เดิมประกันภัยรถยนต์ คปภ.กำหนดไว้ว่า ลูกค้าต้องชำระเบี้ยกับตัวแทนทันที หรือแคชบีฟอร์คัฟเวอร์ แต่พอ คปภ.อนุมัติยืดเวลาให้ ลูกค้าสามารถที่จะชำระเบี้ยได้ถึงเดือน ม.ค. 2555 เพราะผ่อนผันให้กับลูกค้าที่ต้องชำระเบี้ยในเดือน ต.ค. พ.ย. และ ธ.ค.” นายพันธ์เทพ กล่าว

นายพันธ์เทพ กล่าวว่า บริษัทยังไม่สนใจที่จะขายกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์เมาไม่ขับ เนื่องจากไม่อยากมีปัญหากับลูกค้าในภายหลังหากเกิดอุบัติเหตุ เพราะกรมธรรม์เมาไม่ขับจะต้องมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดไม่เกิน 10 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และต้องเกิดจากการรับประทานยาที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เท่านั้นจึงจะคุ้มครอง

“หากไม่ได้เกิดจากการกินยา กรมธรรม์เมาไม่ขับจะไม่คุ้มครอง และลูกค้าจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดจากอุบัติเหตุในครั้งนั้น” นายพันธ์เทพ กล่าว

นายพันธ์เทพ กล่าวว่า กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจทั่วๆ ไป หากมีปริมาณแอลกอฮอล์ไม่เกิน 150 มิลลิกรัมในเลือด จะได้รับความคุ้มครอง แต่เพื่อความปลอดภัยไม่ควรขับรถขณะมึนเมาหรือดื่มแอลกอฮอล์

 

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่