
คปภ.ชี้พูลน้ำท่วม เหมาะสมกับไทย
คปภ.เผยการจัดตั้งกองกลางประกันภัยน้ำท่วม หรือ พูลน้ำท่วมเหมาะสมกับประเทศไทยที่สุด
คปภ.เผยการจัดตั้งกองกลางประกันภัยน้ำท่วม หรือ พูลน้ำท่วมเหมาะสมกับประเทศไทยที่สุด
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า จากการศึกษาแนวทางและรูปแบบในการรับประกันภัยมหันตภัย แนวทางการจัดตั้งกองกลางประกันภัยน้ำท่วมที่ให้ทุกบริษัทเข้าร่วม มีการจัดตั้งผู้บริหารโครงการและหาบริษัทรับประกันภัยต่อเข้ามารับประกัน มีความเป็นไปได้มากที่สุดสำหรับประเทศไทย เพราะสามารถจัดตั้งได้ง่ายกว่าแนวทางอื่นที่ได้ทำการศึกษา แต่ยังไม่สรุปว่าเป็นแนวทางดังกล่าว ขึ้นอยู่กับรัฐบาล
สำหรับอีก 2 แนวทางคือ การจัดตั้งบริษัทประกันภัยต่อน้ำท่วม ซึ่งจะมีการจัดตั้งบริษัทประกันภัยต่อที่รับประกันเฉพาะมหันตภัยน้ำท่วมและสอง การจัดตั้งกองทุนชดเชยน้ำท่วม
นอกจากนี้ ได้ร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลังและสมาคมประกันวินาศภัย ในการหาข้อสรุปรูปแบบการรับประกันมหันตภัยสำหรับครัวเรือน และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอี โดยเบื้องต้นจะคุ้มครองภัยธรรมชาติ 4 ภัย คือ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ลมพายุ และลูกเห็บ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเงื่อนไขของความคุ้มครองในรายละเอียดและเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสม
การจ่ายค่าสินไหมทดแทนสำหรับครัวเรือนที่มีประมาณ 3.37 หมื่นล้านบาท จะแล้วเสร็จภายใน 3 เดือน ส่วนสินไหมทดแทนโรงงานอุตสาหกรรม 2.28 แสนล้านบาท ได้เร่งรัดจ่ายให้ได้อย่างน้อย 75% ของจำนวนเงินดังกล่าวภายใน 6 เดือน คาดว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมาย เพราะถ้าจ่ายสินไหมเสร็จในปีนี้ ก็สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้
นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัย เปิดเผยว่า ความเสียหายจากน้ำท่วมกระทบกับฐานะของบริษัทประกันภัยไทยไม่มากนัก เพราะบริษัทประกันภัยไทยมีการทำประกันภัยต่อเป็นส่วนใหญ่ และรับความเสี่ยงไว้เองน้อยมาก แต่อาจจะทำให้กำไรของบริษัทประกันภัยลดลงบ้างจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้แต่คงไม่มาก เพราะประชาชนส่วนใหญ่ไม่ทำประกันภัยน้ำท่วม







