
บ้านขายยากขึ้นหลังหมดมาตรการอสังหาฯ
เน็กซัส ชี้หลังหมดมาตรการภาษีกระตุ้นอสังหา ผู้ประกอบการปรับราคาบ้าน คอนโดฯขึ้น 5-8% อาจขายยาก หากไม่ใช่ทำเลฮอต
เน็กซัส ชี้หลังหมดมาตรการภาษีกระตุ้นอสังหา ผู้ประกอบการปรับราคาบ้าน คอนโดฯขึ้น 5-8% อาจขายยาก หากไม่ใช่ทำเลฮอต
นายอภิสิทธิ์ ลิ้มล้อมวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอตี้ คอนซัลแทนท์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ภาครัฐไม่ต่ออายุมาตรการภาษีกระตุ้นการซื้อขายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จะส่งผลให้บ้านและคอนโดใหม่ มีการปรับราคาขึ้น 5-8% มองว่าการปรับราคาขึ้นไม่น่าจะทำได้มากนัก เนื่องจากในตลาดมีคอนโดเหลือขายอยู่ 20% จากเมื่อ 1-2ปีก่อน คิดเป็นจำนวนไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นยูนิต เมื่อโครงการคอนโดเก่าที่ออกมาสู่ตลาดยังไม่ถูกดูดซับ โครงการใหม่ ก็ต้องมา แข่งกับโครงการประเภทรีเซล
“ราคาคอนโดที่ขายกันเมื่อ 1-2 ปีก่อน อาจจะขายอยู่ที่ 9.5 หมื่นบาทต่อตร.ม. ผ่านมา 1 ปีราคาอาจจะขยับขึ้นเป็น 1.1 แสนบาทต่อตร.ม. แต่คอนโดใหม่ที่เปิดขาย ราคาขยับไปอยู่ที่ 1.2 แสนบาทต่อตร.ม.ซึ่งถือว่าแพงกว่าคอนโดรีเซล จะทำตลาดได้ยาก แต่ทั้งนี้ทำเลที่ผู้ประกอบการสามารถ ขยับราคาได้ เนื่องจากไม่มีซัพพลายออกสู่ตลาด ได้แก่ ซ.อารีย์ รองลงมาเป็นพร้อมพงษ์ ทองหล่อ และเอกมัย”
สำหรับทิศทางตลาดคอนโดฯที่ขายดีในปีนี้จะเป็นคอนโดฯ มีลักษณะ 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ประมาณ 40 ตร.ม. ราคายูนิตประมาณ 2 ล้านบาท ทำเลติดถนนใหญ่หรือใกล้แนวรถไฟฟ้า ผู้ซื้อสามารถผ่อนชำระได้เดือนละ 1.5 หมื่นบาท ซึ่งคอนโดฯลักษณะดังกล่าวเมื่อซื้อและถือไว้ 1 ปี จะสามารถทำกำไรได้ถึง 20%







