
ส่อง 12 เทรนด์สื่อดิจิตอล กระตุ้นนักการตลาดลองของ
“สื่อดิจิตอลมาแน่” เป็นคำพูดที่ได้ยินกันมาหลายปี เพราะตามสถิติสื่อนี้ทรงอิทธิพลมากขึ้นทุกวัน
“สื่อดิจิตอลมาแน่” เป็นคำพูดที่ได้ยินกันมาหลายปี เพราะตามสถิติสื่อนี้ทรงอิทธิพลมากขึ้นทุกวัน
ในสหรัฐอเมริกาการโฆษณาในอินเทอร์เน็ตมีมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีนี้
ขณะที่ประเทศไทย งบโฆษณาผ่านสื่อดิจิตอลยังมีน้อยมาก คิดเป็นสัดส่วนราว 2% ของงบโฆษณาโดยรวมเท่านั้น
สำหรับประเทศไทย ตัวเลขล่าสุดของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจากทรูฮิตส์ มีจำนวน 21 ล้านคน หรือคิดเป็น 30% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ 69 ล้านคน ขณะที่จำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊กมี 13 ล้านคน เป็นอันดับ 5 ของโลก
ที่สำคัญ การใช้งานของคนไทยยังติดอันดับโลกในการใช้งานบางอย่างมากที่สุด เช่น ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนคือสถานที่ที่มีการเช็กอินมากเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นต้น
นี่คือตัวอย่างหนึ่งของประสิทธิภาพและการเข้าถึงผู้บริโภคของสื่อดิจิตอลและโซเชียลมีเดีย ซึ่ง อุไรพร ชลสิริรุ่งสกุล ประธานกรรมการ บริษัท ธอมัสไอเดีย ที่ปรึกษาการวางกลยุทธ์การตลาดผ่านสื่อดิจิตอล จึงอยากตั้งคำถามกับนักการตลาดว่า ทำไมจึงไม่เทงบลงสื่อนี้อย่างที่ควรจะเป็น
“ปัญหาสำคัญของสื่อดิจิตอล คือ การวัดผล ซึ่งนักการตลาดบางคนต้องการวัดผลในเชิงของยอดขาย แต่สื่อดิจิตอลยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจน” อุไรพร กล่าว
อย่างไรก็ตาม พบว่ามีข้อมูลบางอย่างที่แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคใช้สื่ออินเทอร์เน็ตก่อนการตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะวัยรุ่นที่ชอบหาข้อมูลด้วยตัวเองมากกว่าการสอบถามกับผู้ขาย และแนวโน้มนี้กำลังขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งนี้ ด้วยความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และคาดว่าในปี 2555 ยอดงบโฆษณาและการทำตลาดผ่านสื่อออนไลน์จะเพิ่มขึ้นในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 510% ในฐานะนักการตลาด การวางกลยุทธ์ด้านสื่อดิจิตอลจึงได้ออกมาชี้แนะแนวโน้มของสื่อดิจิตอลที่จะเกิดขึ้นในปี 2555 ซึ่งมีทั้งหมด 7 หัวข้อด้วยกัน
เริ่มจาก 1.การหากลยุทธ์ออนไลน์ที่ใช่ โดยพิจารณาจากกลุ่มเป้าหมายและสินค้าเป็นหลัก อย่างกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ใหญ่ การตลาดออนไลน์ในรูปแบบอีเมลมาร์เก็ตติงน่าจะได้ผลดีกว่าการใช้งานเฟซบุ๊ก ซึ่งกลุ่มหลักที่ใช้คือวัยรุ่น รวมทั้งต้องมองความเชื่อมโยงของสื่อออนไลน์แต่ละแบบเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
แนวโน้มที่ 2 ต้องผสมผสานสื่อดิจิตอลที่มีหลากหลายรูปแบบเพื่อสร้างเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลัง เช่น การเชื่อมโยงเว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซ แคมเปญออนไลน์ และโซเชียลมีเดีย เป็นต้น เพราะเทคโนโลยีอินเตอร์แอ็กทีฟแต่ละแพลตฟอร์มเป็นตัวช่วยให้นักการตลาดสามารถวิเคราะห์ทำการตลาดและขยายผลด้วยกลไกอัตโนมัติอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว
3.การวัดผลความสำเร็จของโซเชียลมีเดียด้วยเป้าหมายทางธุรกิจ ข้อนี้ถือเป็นแนวโน้มที่ยากสำหรับผู้ให้บริการสื่อดิจิตอล เพราะสิ่งที่นักการตลาดต้องการ คือ การวัดผลในเชิงคุณภาพ ยอดขาย ไม่ใช่ในเชิงปริมาณ เช่น การเข้าเยี่ยมชมของผู้บริโภค ซึ่งผู้ให้บริการต้องหาเครื่องมือการวัดผลที่มีประสิทธิภาพเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักการตลาด
ประเด็นที่ 4 การสร้างแบรนด์คอนเทนต์ การสร้างแบรนด์ผ่านคอนเทนต์ ถือเป็นการสร้างประสบการณ์ของผู้บริโภคเกี่ยวกับแบรนด์อย่างสมบูรณ์ และสามารถใช้สื่อได้หลากหลายเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคให้มากที่สุด
เหตุผลหลักของการใช้แบรนด์คอนเทนต์ คือ การให้ความรู้แก่ผู้บริโภค รองลงมาคือ การสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์ และด้วยเทคโนโลยีที่ประชิดตัวผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา แบรนด์คอนเทนต์จึงเป็นสิ่งจำเป็นมากยิ่งขึ้น
5.ซื้อ-ขายคล่องบนโลกอีคอมเมิร์ซ ทุกวันนี้เทคโนโลยีทำให้ผู้บริโภคคุ้นชินกับการเสนอซื้อ-ขายสินค้าบนโลกออนไลน์มากขึ้น ไม่แค่เฉพาะอีคอมเมิร์ซ ยังมีเอฟคอมเมิร์ซ การซื้อ-ขายผ่านเฟซบุ๊ก และเอ็มคอมเมิร์ซ การซื้อ-ขายผ่านมือถือ ซึ่งต่างประเทศมีแนวโน้มเติบโตสูงมาก แต่ประเทศไทยต้องขัดอุปสรรคในเรื่องของการจ่ายเงิน ส่ง-รับของให้สะดวกมากยิ่งขึ้น
แนวโน้มที่ 6 การเข้าใจในอุปกรณ์เทคโนโลยีจะช่วยเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น เป็นการเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงผู้บริโภค ขณะเดียวกันก็เพิ่มโอกาสทางการตลาดของนักการตลาดด้วย เช่น การพัฒนาแอพพลิเคชันต่างๆ ที่ช่วยเสนอสินค้าและบริการผ่านอุปกรณ์ได้ทุกที่ ทุกเวลา รวมถึงการคิดค้นรูปแบบของการสื่อสารการตลาดและโฆษณาด้วย
ข้อสุดท้าย 7.โปรโมชันออนไลน์ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือกระตุ้นการซื้อ-ขายได้ดีเช่นเดียวกับช่องทางค้าปลีก แต่สำหรับออนไลน์ นักการตลาดต้องสร้างสรรค์มากขึ้น เพื่อกระตุ้นความต้องการซื้อของผู้บริโภคอย่างเร้าใจและถูกใจ รวมทั้งสร้างความถี่ได้อย่างต่อเนื่อง
“ปัจจุบันข้อจำกัดเรื่องความไม่เข้าใจ ไม่กล้าทดลองใช้การตลาดออนไลน์ลดน้อยลงมาก แต่ปัจจัยสำคัญที่นักการตลาดต้องตัดสินใจให้เด็ดขาดก่อนลุย คือ นโยบายและวิสัยทัศน์ที่มีต่อสื่อดิจิตอลที่หลากหลายและผสมผสานกันมากขึ้น การพัฒนาศักยภาพของทีมงาน รวมไปถึงการวางระบบต่างๆ เพื่อรองรับการทำตลาดผ่านดิจิตอลอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด” อุไรพร กล่าว







