
ก.เกษตร-ทอ.เตรียมเครื่องบิน 30 ลำทำฝนหลวงแก้แล้ง
กระทรวงเกษตรฯ สนธิกำลังร่วมกับกองทัพอากาศ ปล่อยเครื่องบิน 30 ลำ ออกปฏิบัติการทำฝนหลวงทั่วประเทศ แก้ภัยแรงที่คาดว่าจะรุนแรงกว่าทุกปี
กระทรวงเกษตรฯ สนธิกำลังร่วมกับกองทัพอากาศ ปล่อยเครื่องบิน 30 ลำ ออกปฏิบัติการทำฝนหลวงทั่วประเทศ แก้ภัยแรงที่คาดว่าจะรุนแรงกว่าทุกปี
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สถานการณ์ภัยแล้งในปี พ.ศ. 2553 นี้ มีแนวโน้มที่จะเกิดภัยแล้งที่รุนแรงกว่าในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา เนื่องมาจากปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ที่มีอยู่จำกัด ประกอบกับการคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำฝนธรรมชาติจะลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ อันเนื่องมาจากอิทธิพลของ EL Nino ที่ก่อตัวในมหาสมุทรแปรซิฟิกมาตั้งแต่กลางปี 2552 และจะยังคงส่งผลกระทบต่อสภาวะฝนของประเทศไทยต่อไปจนถึงกลางปี พ.ศ. 2553
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดเตรียมแผนทำฝนหลวง โดยจัดเตรียมความพร้อม ทั้งด้านเครื่องบิน สารฝนหลวง วัสดุอุปกรณ์ และเจ้าหน้าที่ ณ ที่ตั้งศูนย์ต่าง ๆ ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา ในปีนี้ได้มีการปรับแผนกลยุทธ์ที่สำคัญ 2 ประการ คือ การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงถาวรประจำภาค ทั้ง 5 ภาค และ เริ่มปฏิบัติการฝนหลวงให้เร็วขึ้นกว่าทุกปี โดยมีเครื่องบินที่ส่งเข้าแผนปฏิบัติการรวมทั้งสิ้น 30 เครื่อง ประกอบด้วย เครื่องบินของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 21 เครื่อง และได้รับสนับสนุนจากกองทัพอากาศ จำนวน 9 เครื่อง สำหรับสารฝนหลวงที่มีอยู่ในคลังและที่อยู่ในแผนการทยอยรับมอบมีจำนวนเพียงพอที่จะใช้ได้ตลอดทั้งปี
สำหรับการปฏิบัติการฝนหลวงในปี 2553 นี้ กำหนดให้เริ่มปฏิบัติการฝนหลวงให้เร็วขึ้นกว่าทุกปี โดยได้เริ่มส่งเครื่องบินไปปฏิบัติการที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ (หัวหิน) แล้ว ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2553 และศูนย์ฯ ภาคตะวันออก จ.ระยอง ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 รวมทั้งตั้งฐานเติมสารฝนหลวง จ.จันทบุรี สำหรับศูนย์อื่น ๆ ยังติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด และจะส่งเครื่องบินไปประจำศูนย์ทันทีที่สภาพอากาศเริ่มมีความชื้นเข้าเกณฑ์ ที่จะทำฝนหลวงได้
และในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดให้มีพิธีเปิดฤดูปฏิบัติการฝนหลวงประจำปี พ.ศ. 2553 ณ สนามบินนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ นอกจากจะมีพิธีทางศาสนา พิธีการเปิดฤดูปฏิบัติการฝนหลวง การตรวจเยี่ยมกำลังพล การแสดงนิทรรศการ ยังจะมีการแสดงการบินหมู่ของเครื่องบินสำนักฝนหลวง และการบินเกษตร จำนวน 15 ลำ ประกอบด้วย เครื่องบิน CASA เครื่องบินปีก และเฮอร์ลิคอปเตอร์ เพื่อแสดงถึงศักยภาพและขีดความสามารถของฝูงบินปฏิบัติการฝนหลวงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งพร้อมให้บริการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อการอุปโภค-บริโภคแก่ประชาชน และเพิ่มปริมาณน้ำฝนในพื้นที่การเกษตรในช่วงฤดูแล้งปีนี้







