
แนวโน้นเศรษฐกิจปี 2555
เทศกาลแห่งความสุขกำลังจะเวียนมาถึงอีกครั้ง หลายๆ คนคงจะรู้สึกเหมือนกันว่าปีหนึ่งช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เทศกาลแห่งความสุขกำลังจะเวียนมาถึงอีกครั้ง หลายๆ คนคงจะรู้สึกเหมือนกันว่าปีหนึ่งช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว
มีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ดังนั้นผมจึงขอถือโอกาสนี้ทบทวนว่าเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกเผชิญอะไรมาบ้างในปีที่ผ่านมา และนำเสนอมุมมองของเราว่าเศรษฐกิจในปีหน้าจะมีแนวโน้มเป็นอย่างไร เพื่อเป็นข้อมูลในการเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า
ตลอดปี 2554 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจโลกได้เผชิญกับเหตุการณ์ในเชิงลบหลายด้าน การชุมนุมประท้วงในประเทศแถบแอฟริกาเหนือและตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นแรงในช่วงต้นปี เหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในญี่ปุ่นที่กระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการผลิตทั่วโลก ปัญหาการขยายเพดานหนี้สาธารณะในสหรัฐที่รุนแรงขึ้นในช่วงกลางปี ทำให้ทั่วโลกเกิดความกังวลว่าสหรัฐอาจต้องผิดนัดชำระหนี้ ปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรปยังคงสร้างแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง สำหรับเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียก็เผชิญกับแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงต้นปี ทำให้ธนาคารกลางหลายประเทศในแถบนี้ได้ใช้นโยบายการเงินที่คุมเข้มมากขึ้น
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปี 2555 เราคาดว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยความเสี่ยงหลักมาจากวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรปที่ยังคงจะกดดันเศรษฐกิจโลกต่อเนื่อง เศรษฐกิจยูโรโซนมีแนวโน้มที่จะหดตัวในช่วงต้นปีจากมาตรการรัดเข็มขัดที่หลายประเทศประกาศไปก่อนหน้านี้ อิตาลีเผชิญแรงกดดันอย่างหนักในการชำระหนี้ที่จะครบกำหนดสูงกว่า 3 แสนล้านยูโรในปีหน้า นอกจากนี้ความรุนแรงของปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรปอาจรุนแรงขึ้นได้หากความกังวลลามไปยัง 2 ประเทศใหญ่ในยูโรโซน คือ ฝรั่งเศสและเยอรมนี โดยในช่วงที่ผ่านมาก็เริ่มเห็นอาการ “ลาม” แล้ว เครดิตเรตติ้งของฝรั่งเศสที่ “AAA” กำลังถูกกดดันอย่างหนัก
สำหรับเศรษฐกิจไทยในฐานะที่เป็นเศรษฐกิจเปิดที่มีขนาดเล็กในตลาดโลก ผลกระทบจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกย่อมมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยด้วย จะเห็นว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในญี่ปุ่นทำให้การผลิตบางสาขาในประเทศไทยต้องหยุดชะงัก การชะลอตัวของเศรษฐกิจยุโรปและเศรษฐกิจโลกทำให้การส่งออกในช่วงท้ายปีชะลอลงอย่างเห็นได้ชัดเจน นอกจากนั้นเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมานับเป็นเหตุการณ์เฉพาะตัวที่เข้ามากดดันเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในช่วงปลายปี ความเสียหายเกิดขึ้นในรูปของรายได้ที่หายไปและทรัพย์สินที่ถูกทำลาย ในปัจจุบันคงจะมีนักวิเคราะห์ไม่มากที่จะมองว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเกิน 2% โดยเราคาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้น่าจะขยายตัวประมาณ 1.8%
แต่เราเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยมีศักยภาพที่จะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วจากปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้น กิจกรรมการบูรณะ ซ่อมแซม หรือการอุปโภคเพื่อทดแทนทรัพย์สินที่เสียหายจากน้ำท่วม จะเป็นปัจจัยผลักดันเศรษฐกิจที่สำคัญในช่วงแรก การใช้จ่ายภาครัฐและการช่วยเหลือเยียวยาก็น่าจะเข้ามาเป็นแรงกระตุ้นได้เช่นกัน ทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวจากปัญหาอุทกภัยได้รวดเร็วในช่วงครึ่งแรกของปี 2555 แม้ว่าการส่งออกจะมีแนวโน้มชะลอตัวลงตามทิศทางเศรษฐกิจโลกก็ตาม
อย่างไรก็ตาม เรามองว่าปัญหาอุทกภัยจะส่งผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจด้วย ความมั่งคั่งภาคครัวเรือนถูกทำลายไปตามทรัพย์สินที่เสียหาย ทำให้ผู้บริโภคอาจต้องลดการบริโภคสินค้าบางประเภทลง ขณะที่การใช้จ่ายเพื่อฟื้นฟูกิจการของภาคธุรกิจอาจทำให้จำเป็นต้องเลื่อนโครงการลงทุนออกไปก่อน ซึ่งความอ่อนแอในส่วนนี้น่าจะเข้ามากดดันเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี ทำให้โมเมนตัมของการขยายตัวทางเศรษฐกิจอาจจะแผ่วลงในครึ่งหลังของปี โดยรวมแล้วเราคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2555 น่าจะขยายตัวได้ประมาณ 4.5%
สำหรับเงินเฟ้อ เรามองว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มลดลงในปีหน้า อุปทานที่หายไปในบางสินค้าจากเหตุการณ์น้ำท่วมอาจทำให้เงินเฟ้อทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในระยะสั้น แต่อุปสงค์ที่อ่อนแอน่าจะทำให้อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลงในช่วงถัดไป แต่ความเสี่ยงหลักมาจากหลายนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ เช่น โครงการจำนำข้าว การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ หรือนโยบายด้านพลังงาน เป็นต้น ซึ่งอาจทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในช่วงท้ายปี 2555
จากเศรษฐกิจที่อ่อนแอและความเชื่อมั่นที่ลดลงอย่างรุนแรงในปัจจุบัน ทำให้ กนง.ได้ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงในการประชุมที่ผ่านมา เราคาดว่า กนง.มีโอกาสที่จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายได้อีกในการประชุมครั้งถัดไป และคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3% เกือบทั้งปี ก่อนที่จะปรับเพิ่มดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงท้ายปีหน้า ทำให้ดอกเบี้ยนโยบาย ณ สิ้นปีอยู่ที่ 3.5% เพื่อปรับดอกเบี้ยเข้าสู่ระดับ “ปกติ” และเพื่อลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจยังคงต้องเผชิญความเสี่ยงในอีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงของวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรป แนวโน้มการขยายตัวของสหรัฐและจีน ไม่นับกับเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงปีที่ผ่านมา ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในบางภูมิภาค หรือแม้แต่ปัญหาการเมืองภายในประเทศก็ล้วนแต่เป็นเหตุการณ์ที่เข้ามากระทบเศรษฐกิจได้ ทำให้ปี 2555 ยังเป็นอีกปีที่ต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดต่อไปครับ m







