posttoday
นันยางอัดงบการตลาดเพิ่มแจกจริงทุกสัปดาห์

นันยางอัดงบการตลาดเพิ่มแจกจริงทุกสัปดาห์

25 กุมภาพันธ์ 2553

นันยาง อัดงบการตลาดเพิ่ม 30% จัดแคมเปญแจกจริงทุกสัปดาห์ ครั้งแรกในรอบ 10 ปี ต้อนรับเปิดเทอม หวังกระตุ้นยอดขายเติบโต 15% ทั้งปีโต 10%

นันยาง อัดงบการตลาดเพิ่ม 30% จัดแคมเปญแจกจริงทุกสัปดาห์ ครั้งแรกในรอบ 10 ปี ต้อนรับเปิดเทอม หวังกระตุ้นยอดขายเติบโต 15% ทั้งปีโต 10%

นายสมชาย สีสมสง่า ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง ผู้ผลิตและจำหน่ายรองเท้าผ้าใบสำหรับนักเรียนชาย เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทวางแผนกระตุ้นยอดขายด้วยการส่งเสริมตลาดผ่านแคมเปญแจกผลิตภัณฑ์ที่กลุ่มเป้าหมาย หรือเด็กนักเรียนชอบ ซึ่งนับว่าเป็นแคมเปญแรกในรอบ 10 ปี ของบริษัท อันเนื่องมาจากการแจกสินค้าเป็นของแถมมีความเสี่ยงสูงที่กลุ่มเป้าหมายจะไม่ชอบ ประกอบกับช่องทางการจัดหน่ายที่ส่วนใหญ่เป็นร้านค้าทั่วไปไม่เอื้อต่อการจัดแคมเปญประเภทแจกหรือแถมสินค้าพรีเมี่ยม โดยบริษัทจะใช้งบการตลาดมากกว่าปีที่ผ่านมาราว 30%

"ทางด้านคู่แข่งหรือผู้ผลิตรองเท้านักเรียนแบรนด์อื่นๆ ต่างประสบปัญหาการจัดแคมเปญหรือโปรโมชั่นแจกของพรีเมี่ยมผ่านช่องการจัดจำหน่ายแบบเดิมหรือร้านค้าทั่วไป ร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าสำหรับนักเรียนโดยเฉพาะ ทำให้ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ก็ไม่ได้จัดแคมเปญดังกล่าวเช่นเดียวกัน โดยแต่ละบริษัทจะเน้นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก และยอมรับของผู้บริโภคเป็นหลักมากกว่าจัดแคมเปญหรือโปรโมชั่น  ปัจจุบันช่องการจัดจำหน่ายสินค้าสำหรับนักเรียนผ่านร้านทั่วไป หรือร้านจำหน่ายสินค้าสำหรับนักเรียนโดยเฉพาะยังเป็นช่องทางหลักในสัดส่วน 60% ส่วนช่องทางโมเดิร์นเทรดมีสัดส่วนที่ 40%" นายสมชาย กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมารัฐบาลแจกงบเรียนฟรีให้กับนักเรียน ตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ซึ่งมีส่วนหนึ่งเป็นงบในการซื้อชุดนักเรียนทำให้ยอดขายหรือสัดส่วนการขายทั้งปีส่วนใหญ่ไปอยู่ที่ครึ่งปีแรก  หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 70% ครึ่งปีหลัง 30% จากปกติจะมีสัดส่วนยอดขายครึ่งปีแรกและครึ่งปีหลังใกล้เคียงกันที่ 60% ในครึ่งปีแรก และ 40% ในครึ่งปีหลัง ดังนั้นในช่วงที่มีการแจกงบดังกล่าวซึ่งเป็นช่วงก่อนเปิดเทอมทำให้บริษัทต้องจัดแคมเปญส่งเสริมการตลาดอย่างหนัก เช่นเดียวกันคู่แข่งหลายอื่นๆ ส่งผลให้การแข่งขันในช่วงดังกล่าวรุนแรง

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทคาดว่าในช่วงก่อนเปิดเทอม หรือแบล็ค ทู สคูล จะมียอดขายในช่วงดังกล่าวเติบโตราว 14 – 15% จากช่วงเวลาปกติ และจะทำให้บริษัทมียอดขายทั้งปีเติบโตได้ราว 10% ปัจจุบันมูลค่าตลาดรวมรองเท้าผ้าใบสำหรับนักเรียนอยู่ที่ 2,500 ล้านบาท คาดว่าปีนี้จะมีอัตราการเติบโตราว 3 -5% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตปกติ ตามจำนวนนักเรียน

สำหรับส่วนแบ่งตลาดของบริษัทจากตลาดรวม คาดว่าน่าจะมากกว่า 50% ถือว่าเป็นผู้นำตลาด แม้บริษัทจะจำหน่ายรองเท้าผ้าใบสำหรับนักเรียนชายเพียงอย่างเดียวก็ตาม ส่วนผู้นำตลาดอันดับที่ 2 คือแบรนด์ เอส.ซี.เอส แต่ไม่ทราบส่วนแบ่งตลาด แต่แบรนด์ดังกล่าวจำหน่ายทั้งรองเท้าผ้าใบสำหรับนักเรียนหญิง และนักเรียนชาย

นายสมชาย กล่าวต่อว่า บริษัทดำเนินงานมา 57 ปี และเป็นผู้สร้างเทรนด์รองเท้าผ้าใบพื้นเขียว ซึ่งเป็นที่นิยมของนักเรียน โดยคิดเป็นสัดส่วนยอดขายหลักหรือ 85% ส่วนอีก 15% เป็นยอดขายของรองเท้ารุ่นอื่นๆ

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน