
กลุ่มสยามฯอัดงบเพิ่มลุยค้าปลีกปีหน้า
ศูนย์การค้าย่านปทุมวัน ระเบิดศึกค้าปลีกปี 2555 ขนทัพกว่า 100 แบรนด์เนม รับกำลังซื้อคนไทยพุ่ง
ศูนย์การค้าย่านปทุมวัน ระเบิดศึกค้าปลีกปี 2555 ขนทัพกว่า 100 แบรนด์เนม รับกำลังซื้อคนไทยพุ่ง
นางชฎาทิพ จูตระกูล ผู้บริหารสูงสุด บริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ และบริษัท สยามพิวรรธน์ ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ สยามเซ็นเตอร์ และสยามพารากอน เปิดเผยว่า สำหรับในปี 2555 ศูนย์การค้าทั้ง 3-4 แห่งในย่านปทุมวัน จะใช้งบเพิ่มขึ้นอีก 10% จากปีก่อนที่ใช้งบรวมกว่า 1,000 ล้านบาท ในการจัดกิจกรรมการตลาดและส่งเสริมการขายรับกำลังซื้อคนไทย ที่คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวในช่วงกลางปีเป็นต้นไป
“ปีหน้าคาดว่าผู้บริโภคชาวไทยจะมีกำลังซื้อสูงขึ้นจากหลายๆนโยบายของภาครัฐที่เข้ามาสนับสนุน และเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศจะเริ่มฟื้นคืนกลับมาในช่วงกลางปีหน้า จากในช่วงนี้จนถึงไตรมาสแรก พบว่ากำลังซื้อผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังจะมุ่งให้ความสำคัญในการจับจ่ายซื้อสินค้าเพื่อการฟื้นฟู หรือซ่อมแซมที่พักอาศัยเป็นหลักมากกว่า” นางชฎาทิพ กล่าว
ทั้งนี้ ศูนย์การค้าทั้ง 3 แห่ง เตรียมเปิดตัวสินค้าและบริการจากแบรนด์ชั้นนำของต่างประเทศ ที่จะทยอยเข้ามาลงทุนทำตลาดในเอเชียและไทยมากขึ้น รวมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 100 แบรนด์ ทั้งกลุ่มธุรกิจแฟชั่นราว 50 แบรนด์ ร้านอาหาร 30 แบรนด์ และของแต่งบ้าน 10-15 แบรนด์
ทั้งนี้กลุ่มบริษัทได้ดำเนินการเจรจากับเจ้าของธุรกิจสินค้าบริการและค้าปลีกรายต่างๆในช่วงที่ผ่านมาถึงขณะนี้ หลังพบว่าผู้เล่นรายใหญ่เริ่มขยับการลงทุนธุรกิจมายังเอเชียมากขึ้น ทดแทนตลาดเดิมในสหรัฐอเมริกาและยุโรปที่เศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว โดยในช่วง3ปีก่อน ตลาดจีนจะเป็นประเทศหลักที่ค้าปลีกต่างๆสนใจ และปัจจุบันเริ่มมีแนวโน้มยายการลงทุนเข้ามาในไทยมากขึ้น โดยนับจากปีหน้าเป็นต้นไปจะได้เห็นร้านอาหารใหม่ๆราว 30 แบรนด์ บนพื้นที่เฉลี่ย500-600ตร.ม., กลุ่มแฟชันรองเท้าและเครื่องแต่งกายกว่า 50แบรนด์จากยุโรปและสหรัฐฯ รวมถึงกลุ่มของใช้ตกแต่งบ้านกว่า 10-15 แบรนด์
ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกในปีหน้า คาดว่าจะมีความคึกคัก จากการที่ผู้ประกอบการเริ่มทยอยลงทุนเปิดให้บริการสาขาในพื้นที่ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค เฟส2 ที่เตรียมใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 800 ล้านบาท เพื่อขยายโครงการศูนย์การค้าฯต่อขยายบนพื้นที่ 8 ไร่ เป็นต้นแนวโน้มดังกล่าว คาดส่งผลให้ในอนาคตค้าปลีกศูนย์การค้าในประเทศไทย มีศักยภาพถัดเทียมหรือมีมากกว่าย่านถนนออชาร์ด ในประเทศสิงคโปร์ จากพื้นที่ในการขยายทำเลธุรกิจของไทยที่เอื้ออำนวยมากกว่า ขณะที่ปัจจัยลบในปีหน้านั้น คาดภัยธรรมชาติยังมีความน่าเป็นห่วงอยู่
สำหรับภาพรวมธุรกิจค้าปลีกในช่วงปลายปีนี้ กำลังซื้อในภาพรวมทั้งจากชาวไทยและนักท่องเที่ยวเริ่มฟื้นคืนการจับจ่ายซื้อสินค้าใกล้เคียงกับภาวะปกติ เนื่องจากเข้าสู่ช่วงเทศกาลเฉลิมฉลอง ล่าสุดศูนย์การค้าทั้ง 3 แห่ง ร่วมกับ 4 ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ คือ เอไอเอส, ดีแทค, ทีโอที และทรูมูฟ เอช เปิดให้บริการ โมบายล์ ดาตา เซอร์วิส ผ่านโครงข่ายไวไฟ ทั่วทั้งอาคารของ 3 ศูนย์การค้าใจกลางเมืองครอบคลุมพื้นที่กว่า 1.5 ล้านตร.ม. จากปัจจุบันทั้ง 3 ศูนย์ฯ มีปริมาณลูกค้าหมุนเวียนเฉลี่ย 5 แสนรายต่อวัน
สำหรับผลดำเนินธุรกิจของบริษัท สยามพิวรรธน์ ในปี 2554 คาดว่าจะเติบโต 15-20% เพิ่มจากเป้าหมายเดิมที่วางไว้ 12% จากช่วง 9-10 เดือนแรกของปีนี้ มีผลประกอบการดี แม้จะเกิดปัญหาน้ำท่วมในช่วงปลายเดือนต.ค.พ.ย.ที่ผ่านมา ที่ส่งผลให้ยอดขายลดลงราว 4 สัปดาห์ แต่กลุ่มลูกค้าได้กลับมาตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมาและดีต่อเนื่องจนถึงขณะนี้ที่พบว่ากำลังซื้อส่วนใหญ่มุ่งจับจ่ายซื้อสินค้าหรือของขวัญประเภทสินค้าเพื่อการซ่อมแซมบ้าน เพื่อมอบให้ระหว่างกันมากขึ้น ขณะที่กลุ่มสินค้าหมวดซูเปอร์มาร์เก็ต มียอดขายลดลงเนื่องจากเติบโตสูงมากในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา







