posttoday
กลุ่มสยามฯอัดงบเพิ่มลุยค้าปลีกปีหน้า

กลุ่มสยามฯอัดงบเพิ่มลุยค้าปลีกปีหน้า

15 ธันวาคม 2554

ศูนย์การค้าย่านปทุมวัน ระเบิดศึกค้าปลีกปี 2555 ขนทัพกว่า 100 แบรนด์เนม รับกำลังซื้อคนไทยพุ่ง

ศูนย์การค้าย่านปทุมวัน ระเบิดศึกค้าปลีกปี 2555 ขนทัพกว่า 100 แบรนด์เนม รับกำลังซื้อคนไทยพุ่ง

นางชฎาทิพ จูตระกูล ผู้บริหารสูงสุด บริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ และบริษัท สยามพิวรรธน์ ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ สยามเซ็นเตอร์ และสยามพารากอน เปิดเผยว่า สำหรับในปี 2555 ศูนย์การค้าทั้ง 3-4 แห่งในย่านปทุมวัน จะใช้งบเพิ่มขึ้นอีก 10% จากปีก่อนที่ใช้งบรวมกว่า 1,000 ล้านบาท ในการจัดกิจกรรมการตลาดและส่งเสริมการขายรับกำลังซื้อคนไทย ที่คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวในช่วงกลางปีเป็นต้นไป

“ปีหน้าคาดว่าผู้บริโภคชาวไทยจะมีกำลังซื้อสูงขึ้นจากหลายๆนโยบายของภาครัฐที่เข้ามาสนับสนุน และเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศจะเริ่มฟื้นคืนกลับมาในช่วงกลางปีหน้า จากในช่วงนี้จนถึงไตรมาสแรก พบว่ากำลังซื้อผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังจะมุ่งให้ความสำคัญในการจับจ่ายซื้อสินค้าเพื่อการฟื้นฟู หรือซ่อมแซมที่พักอาศัยเป็นหลักมากกว่า” นางชฎาทิพ กล่าว

ทั้งนี้ ศูนย์การค้าทั้ง 3 แห่ง เตรียมเปิดตัวสินค้าและบริการจากแบรนด์ชั้นนำของต่างประเทศ ที่จะทยอยเข้ามาลงทุนทำตลาดในเอเชียและไทยมากขึ้น รวมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 100 แบรนด์ ทั้งกลุ่มธุรกิจแฟชั่นราว 50 แบรนด์ ร้านอาหาร 30 แบรนด์ และของแต่งบ้าน 10-15 แบรนด์

ทั้งนี้กลุ่มบริษัทได้ดำเนินการเจรจากับเจ้าของธุรกิจสินค้าบริการและค้าปลีกรายต่างๆในช่วงที่ผ่านมาถึงขณะนี้ หลังพบว่าผู้เล่นรายใหญ่เริ่มขยับการลงทุนธุรกิจมายังเอเชียมากขึ้น ทดแทนตลาดเดิมในสหรัฐอเมริกาและยุโรปที่เศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว โดยในช่วง3ปีก่อน ตลาดจีนจะเป็นประเทศหลักที่ค้าปลีกต่างๆสนใจ และปัจจุบันเริ่มมีแนวโน้มยายการลงทุนเข้ามาในไทยมากขึ้น โดยนับจากปีหน้าเป็นต้นไปจะได้เห็นร้านอาหารใหม่ๆราว 30 แบรนด์ บนพื้นที่เฉลี่ย500-600ตร.ม., กลุ่มแฟชันรองเท้าและเครื่องแต่งกายกว่า 50แบรนด์จากยุโรปและสหรัฐฯ รวมถึงกลุ่มของใช้ตกแต่งบ้านกว่า 10-15 แบรนด์

ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกในปีหน้า คาดว่าจะมีความคึกคัก จากการที่ผู้ประกอบการเริ่มทยอยลงทุนเปิดให้บริการสาขาในพื้นที่ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค เฟส2 ที่เตรียมใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 800 ล้านบาท เพื่อขยายโครงการศูนย์การค้าฯต่อขยายบนพื้นที่ 8 ไร่ เป็นต้นแนวโน้มดังกล่าว คาดส่งผลให้ในอนาคตค้าปลีกศูนย์การค้าในประเทศไทย มีศักยภาพถัดเทียมหรือมีมากกว่าย่านถนนออชาร์ด ในประเทศสิงคโปร์ จากพื้นที่ในการขยายทำเลธุรกิจของไทยที่เอื้ออำนวยมากกว่า ขณะที่ปัจจัยลบในปีหน้านั้น คาดภัยธรรมชาติยังมีความน่าเป็นห่วงอยู่

สำหรับภาพรวมธุรกิจค้าปลีกในช่วงปลายปีนี้ กำลังซื้อในภาพรวมทั้งจากชาวไทยและนักท่องเที่ยวเริ่มฟื้นคืนการจับจ่ายซื้อสินค้าใกล้เคียงกับภาวะปกติ เนื่องจากเข้าสู่ช่วงเทศกาลเฉลิมฉลอง ล่าสุดศูนย์การค้าทั้ง 3 แห่ง ร่วมกับ 4 ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ คือ เอไอเอส, ดีแทค, ทีโอที และทรูมูฟ เอช เปิดให้บริการ โมบายล์ ดาตา เซอร์วิส ผ่านโครงข่ายไวไฟ ทั่วทั้งอาคารของ 3 ศูนย์การค้าใจกลางเมืองครอบคลุมพื้นที่กว่า 1.5 ล้านตร.ม. จากปัจจุบันทั้ง 3 ศูนย์ฯ มีปริมาณลูกค้าหมุนเวียนเฉลี่ย 5 แสนรายต่อวัน

สำหรับผลดำเนินธุรกิจของบริษัท สยามพิวรรธน์ ในปี 2554 คาดว่าจะเติบโต 15-20% เพิ่มจากเป้าหมายเดิมที่วางไว้ 12% จากช่วง 9-10 เดือนแรกของปีนี้ มีผลประกอบการดี แม้จะเกิดปัญหาน้ำท่วมในช่วงปลายเดือนต.ค.พ.ย.ที่ผ่านมา ที่ส่งผลให้ยอดขายลดลงราว 4 สัปดาห์ แต่กลุ่มลูกค้าได้กลับมาตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมาและดีต่อเนื่องจนถึงขณะนี้ที่พบว่ากำลังซื้อส่วนใหญ่มุ่งจับจ่ายซื้อสินค้าหรือของขวัญประเภทสินค้าเพื่อการซ่อมแซมบ้าน เพื่อมอบให้ระหว่างกันมากขึ้น ขณะที่กลุ่มสินค้าหมวดซูเปอร์มาร์เก็ต มียอดขายลดลงเนื่องจากเติบโตสูงมากในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา

 

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่