
ดันประกันจ่ายใน6เดือน
บอร์ดจี้ คปภ.จี้เอกชนจ่ายสินไหมทดแทนน้ำท่วมแก่โรงงานอุตสาหกรรมให้ได้ 75% ภายใน 6 เดือน เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง
บอร์ดจี้ คปภ.จี้เอกชนจ่ายสินไหมทดแทนน้ำท่วมแก่โรงงานอุตสาหกรรมให้ได้ 75% ภายใน 6 เดือน เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการ คปภ. (บอร์ด คปภ.) เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า บอร์ด คปภ.ให้ติดตามความคืบหน้าการจ่ายสินไหมทดแทนน้ำท่วมแก่ลูกค้าประกันภัยที่เป็นกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมให้ได้ตามแผนที่กำหนดไว้ คือ ต้องจ่ายให้ได้อย่างน้อย 75% ภายในระยะเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่ที่มีการยื่นเอกสารขอรับสินไหมทดแทน หรือเป็นเงิน 1.5 แสนล้านบาท จากความเสียหายทั้งหมดประมาณ 2 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ ความรับผิดชอบดังกล่าวอยู่ภายใต้คณะทำงานทบทวนการกำหนดเงินสำรองค่าสินไหมทดแทน เน้นการทบทวนเงินสินไหมผู้ทำประกันภัยที่จะต้องติดตามผลการทำงานและรายงานให้กับบอร์ด คปภ.ทราบเป็นระยะ
“ทางภาครัฐตั้งเป้าหมายไว้ว่าภาคอุตสาหกรรมจะต้องกลับมาอยู่ในสภาพปกติภายใน 6 เดือน ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เงินจากสินไหมทดแทนเพื่อเป็นสภาพคล่องในการฟื้นฟูธุรกิจ ถือเป็นเป้าหมายที่ท้าทายมาก” นายประเวช กล่าว
นายประเวช กล่าวว่า สำหรับภาคครัวเรือนที่บ้านและรถยนต์ได้รับความเสียหายจะต้องให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยวางเป้าหมายไว้ต้องจ่ายให้เสร็จภายใน 3 เดือน นับจากวันที่มีการยื่นเอกสารขอรับสินไหมทดแทน
นอกจากนี้ ทางบอร์ด คปภ.ยังให้รายงานผลการศึกษาแนวทางการจัดตั้งกองทุนมหันตภัยซึ่งอยู่ภายใต้คณะทำงานศึกษารูปแบบการรับประกันภัยมหันตภัยกำลังศึกษาโครงสร้างกองทุนดังกล่าวของประเทศญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และไต้หวัน หลังจากนั้นจะมีการวิเคราะห์ผลดีและผลเสียในเชิงลึกต่อไป
“หลังจากศึกษาโครงสร้างเสร็จแล้ว เราจะมาศึกษาความเป็นไปได้ของรูปแบบกองทุนที่เหมาะสมกับประเทศไทย ตอนนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่าแบบไหนที่เหมาะกับเรา เพราะสภาพปัญหา ความรุนแรง และเศรษฐกิจของแต่ละประเทศไม่เหมือนกันไม่สามารถนำของประเทศใดประเทศหนึ่งมาใช้ได้”นายประเวช กล่าว
นอกจากนี้ มีการกำหนดราคาค่าแรงการซ่อมรถที่เป็นราคากลาง เพื่อให้ประชาชนที่ทำประกันรถชั้น 1 และที่ไม่มีประกันคุ้มครองน้ำท่วมได้มีราคาอ้างอิง และการไปตั้งศูนย์รับเรื่องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนถึงที่
สำหรับมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยน้ำท่วม เน้นบริหารจัดการบริษัทประกันภัย ซึ่งได้ติดตามฐานะความมั่นคงของบริษัทประกันภัย ที่จะมีการยืดหยุ่นในบางเรื่องที่ไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะการเงิน เช่น การแยกรายการค่าสินไหมทดแทนน้ำท่วมในส่วนที่มีการทำประกันภัยต่อไปยังต่างประเทศออกจากบัญชีปกติ โดยให้แสดงในรายการพิเศษ เพื่อไม่ให้กระทบฐานะเงินกองทุนของบริษัทประกันวินาศภัย







