
จีนหาช่องลงทุนไทยรับมือยางราคาแพง
จีน ตื่น อาเซียนลดผลิตยางพารา กลัววัตถุดิบขาดแคลน ราคาแพง เล็งหาช่องตั้งโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ยางในไทยแทน
จีน ตื่น อาเซียนลดผลิตยางพารา กลัววัตถุดิบขาดแคลน ราคาแพง เล็งหาช่องตั้งโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ยางในไทยแทน
นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า คณะผู้บริหารแผนกความร่วมมือทางการลงทุนและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำนักการพาณิชย์ มณฑลไห่หนาน ประเทศจีน พร้อมเอกชนรายใหญ่ของจีนได้เดินทางมาดูงานระบบการผลิตยางพาราของไทย ภายหลังทราบว่า 3 ประเทศ ผู้ผลิตยาง คือ ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย จะมีมาตรการชะลอการกรีด โดยแจ้งว่าสต๊อกยางพาราจีนเหลือ 3 แสนตัน ผลิตในประเทศได้ 6 แสนตัน
ขณะที่ความต้องการใช้มีมากถึง 4 ล้านตันต่อปี จึงมีความต้องการใช้อีกมาก เพราะน้ำยางไทยมีคุณภาพดี และเนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงที่บริษัทเอกชนของจีนอยู่ระหว่างการปิดบัญชีประจำปี ทำให้มีการซื้อขายน้อย อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ราคายางตกต่ำ แต่หลังจากตรุษจีนผ่านไปแล้ว เชื่อว่าการสั่งซื้อยางพาราจากจีนจะมีเพิ่มขึ้น ซึ่งทางไทยได้ยืนยันว่าหากราคายางพาราต่ำกว่า 120 บาท จะไม่มีการขายอย่างแน่นอน
“เชื่อว่าหลังตรุษจีนราคายางพาราของไทยน่าจะดีขึ้น ระหว่างนี้มาตรการชะลอการผลิตของ 3 ประเทศ เริ่มได้ผล ทำให้ราคายางพาราเอฟโอบี ขึ้นมาอยู่ที่ 106 บาทต่อ กก. และ ราคาซื้อขายล่วงหน้าอยู่ที่ 116 บาทต่อกก.” นายพรศักดิ์ กล่าว
ขณะเดียวกัน ทางการจีนแสดงความต้องการจะนำเอกชนมาลงทุนในไทย เพื่อตั้งโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ยางพาราเพิ่ม โดยบริษัทไห่หนานรับเบอร์อินดัสทรี ได้แสดงความประสงค์ที่จะลงทุนผลิตยางรถยนต์ในไทย ซึ่งบริษัทดังกล่าวผลิตยางรถยนต์ให้กับบริษัท กู๊ดเยียร์ และมิชลิน
นอกจากนี้ ยังมี หวันตง สเตทฟาร์ม รัฐวิสาหกิจของจีน สนใจลงทุนตั้งโรงงานแปรรูปผลิตยางแท่งที่ จ.สุราษฎร์ธานี และอุดรธานี แต่ละแห่งจะใช้น้ำยางดิบประมาณ 3 หมื่นตันต่อปี เป็นไปตามแผนส่งเสริมการใช้น้ำยางดิบในประเทศเพิ่มจากปีละ 10% เป็น 30% ของปริมาณยางพาราที่ผลิตได้ 3.5 ล้านตันต่อปี







