
เล็งประมูลซื้อไฟฟ้าจากถ่านหิน
ระหว่างรอนิวเคลียร์เลื่อน3ปีแจงเพื่อความมั่นคงพลังงาน
ระหว่างรอนิวเคลียร์เลื่อน3ปีแจงเพื่อความมั่นคงพลังงาน
“พิชัย” เล็งเปิดประมูลโรงไฟฟ้าเอกชน ลงทุนถ่านหินเสียบแทนนิวเคลียร์ หวั่นใช้ก๊าซเสี่ยงต่อความมั่นคงพลังงาน
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยถึงการปรับปรุงแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พ.ศ. 2553-2573) หรือพีดีพีว่า มีแนวคิดจะเปิดประมูลรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) ที่ใช้ถ่านหินสะอาดเป็นเชื้อเพลิง เพื่อนำมาทดแทนการเลื่อนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เข้าระบบออกไปอีก 3 ปี จากปี 2566 เป็นปี 2569 เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านพลังงาน และลดการพึ่งพาใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้า
ทั้งนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการทบทวนแผนพีดีพี ซึ่งมีหลายปัจจัยที่ต้องเปลี่ยนไป โดยเฉพาะการเลื่อนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เข้าระบบ จะต้องจัดหาโรงไฟฟ้าอื่นเข้าทดแทน การคาดการณ์ปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด จะต้องพิจารณาควบคู่ไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ
“ที่ผ่านมาการผลิตไฟฟ้าพึ่งพาก๊าซมากเกินไปกว่า 70% และหากต้องเลื่อนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โรงแรกออกไปอีก ก็ต้องหาเชื้อเพลิงมาแทน ซึ่งอยากได้ถ่านหินสะอาดเพราะต้นทุนค่าไฟต่ำ และเพื่อความมั่นคงด้านพลังงานของไทยแต่สิ่งสำคัญจะต้องทำความเข้าใจกับประชาชนในอนาคตหากไม่มีการกระจายไปยังเชื้อเพลิงอื่นซึ่งเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงด้านพลังงานของไทย ” นายพิชัย กล่าว
นอกจากนี้ ยังได้ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศที่จะพิจารณาเร่งสรุปข้อตกลงแหล่งพัฒนาปิโตรเลียมพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา เพื่อรองรับกับความต้องการใช้ก๊าซในระยะยาว เนื่องจากปริมาณสำรองก๊าซในอ่าวไทยจะทยอยหมดลงในอีก 10 ปีข้างหน้า
หากการเจรจาปัญหาก๊าซไทยกัมพูชาเสร็จเร็วปี 2556 กว่าจะเข้าสู่กระบวนการพัฒนาและผลิตได้จริงก็ใช้เวลานับ 10 ปี พอดีกับปริมาณก๊าซในอ่าวไทยที่หมดลง
นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การปรับปรุงแผนพีดีพี เบื้องต้นคงต้องเลื่อนการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ออกไปอีก 3 ปีไปเข้าระบบในปี 2569 ทำให้มีเวลาที่จะทำความเข้าใจกับประชาชนมากขึ้นเพื่อให้เกิดการยอมรับ ระหว่างนี้จะต้องพิจารณาทางเลือกเชื้อเพลิงอื่นเข้ามาทดแทน ซึ่งจะพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมไทยกัมพูชา การนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีเพิ่มถ่านหิน
สำหรับการจัดหาก๊าซฯเพื่อมาใช้ในประเทศต้องมองในเรื่องการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) จากต่างประเทศ ต้องยอมรับว่าต้องใช้เงินลงทุนสูงและมีราคาแพง ซึ่งขณะนี้ปตท.ก็มีการนำเข้าตามแผนแล้วถึง 10 ล้านตันดังนั้นเชื้อเพลิงถ่านหินน่าจะเป็นทางเลือกที่ดี ทั้งการกระจายความเสี่ยงและราคาต่ำ
นายณัฐชาติ จารุจินดา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์องค์กร บริษัท ปตท. กล่าวว่า ปตท.ได้วางแผนนำเข้าแอลเอ็นจี 10 ล้านตัน รองรับแผนพีดีพีเดิม (ปี 2553-2573) ซึ่งการปรับปรุงพีดีพีใหม่ยังไม่ได้สรุปว่าจะให้ ปตท.นำเข้าเพิ่มขึ้น จึงต้องรอดูนโยบายที่ชัดเจน
แต่อย่างใด คงอยู่ที่นโยบาย อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าราคาแอลเอ็นจีตลาดโลกแม้ว่าจะมีการค้นพบแหล่งใหญ่ที่สหรัฐอเมริกาและประเมินว่าจะทำให้ราคาตลาดโลกต่ำลงขณะนี้ก็ยังคงทรงตัวระดับสูงเนื่อง







