
อสังหาฯชะลอซื้อที่ตุน
ขอดูแผนสู้น้ำท่วมรัฐบาลก่อนเพอร์เฟคหดงบเก็บที่ดินพันล.
ขอดูแผนสู้น้ำท่วมรัฐบาลก่อนเพอร์เฟคหดงบเก็บที่ดินพันล.
บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ลดงบซื้อที่ดินโซนน้ำท่วม รอความชัดเจนรัฐคลอดแผนป้องกันอุทกภัยระยะยาว ถึงจะพร้อมลุยต่อ
นายชายนิด โง้วศิริมณี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ส่งผลให้ทำเลที่เคยได้รับความนิยมในการพัฒนาที่อยู่อาศัย เช่น บางบัวทอง ปทุมธานี ได้รับความเสียหายอย่างหนัก บริษัทต้องปรับแผนการลงทุนใหม่ให้มี ความระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนที่ดินใหม่ได้ลดงบดังกล่าวของทั้งปีนี้และปีหน้าลงรวม 1,000 ล้านบาท
สำหรับแผนเดิมปีนี้ได้เตรียมงบซื้อที่ดินไว้ 3,000 ล้านบาท ลดเหลือ 2,500 ล้านบาท เช่นเดียวกับปีหน้าก็จะลดเหลือ 2,500 ล้านบาท เนื่องจากต้องการรอความชัดเจนเกี่ยวกับแผนป้องกันน้ำท่วมระยะยาวของรัฐบาลว่าจะดำเนินการอย่างไร
“หากมีความชัดเจนเมื่อใด ก็พร้อมจะกลับมาวางงบซื้อที่ดินตามเดิม แต่ถ้ายังไม่ชัดเจนก็จะพัฒนาบนที่ดินเดิมที่บริษัทมีที่ดินอยู่แล้ว ซึ่งสามารถรองรับการพัฒนาโครงการใหม่ได้ 3-4 ปี” นายชายนิด กล่าว
เนื่องจากที่ผ่านมา จ.ปทุมธานีและนนทบุรี ไม่มีระบบป้องกันน้ำท่วมที่ดีเท่ากับกรุงเทพมหานคร (กทม.) แต่ครั้งนี้กลับต้องเป็นพื้นที่รับน้ำมากถึง 70% ของมวลน้ำทั้งหมด จากการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขและดำเนินการสร้างระบบป้องกันน้ำให้กับทั้งสองจังหวัดใหม่ โดยคาดว่าใช้งบประมาณอยู่ที่ไม่เกิน 1 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ จ.ปทุมธานีและนนทบุรี เป็นตลาดที่อยู่อาศัยใหญ่ที่รองรับการขยายตัวมาจาก กทม. และรัฐได้ลงทุนสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีแดงบางส่วนไปแล้ว จึงเป็นปัจจัยที่ควรมีการฟื้นฟูให้เร็วที่สุด เพราะหากรัฐไม่มีมาตรการที่ชัดเจน ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และผู้ซื้อบ้านก็ขาดความมั่นใจ รถไฟฟ้าที่ลงทุนไปแล้วก็เท่ากับสูญเปล่า
เบื้องต้นคาดว่าผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่ที่มีต่อราคาที่ดินในบริเวณต่างๆ จะลดลง 10-15% ส่วนฝั่งที่น้ำไม่ท่วมในครั้งนี้ราคาที่ดินจะปรับขึ้น 10-20% แต่ถ้ามีความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการป้องกันแล้ว เชื่อว่าสถานการณ์จะปรับตัวดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าภายในงานบีโอไอแฟร์ต้นปีหน้า รัฐบาลจะต้องประกาศความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าว เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ จึงเชื่อว่าสถานการณ์จะปรับตัวดีขึ้นในปีหน้า และคาดว่าอสังหาริมทรัพย์จะขยายตัว 10%
เพอร์เฟคเองตัดสินใจเลื่อนเปิด 5 โครงการใหม่ที่จะต้องเปิดในไตรมาส 4 ปีนี้เป็นปีหน้าแทน คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท ส่งผลให้ปีหน้าจะมีโครงการเปิดใหม่ทั้งหมด 7-10 โครงการ ซึ่งทุกโครงการได้วางแผนป้องกับน้ำท่วมระยะยาวไว้แล้ว







