
SSTชี้ดังกิ้น-โอบองแปงดันโต100%
เชื่อต่อสัญญาลิขสิทธิ์นอกฉลุยไม่การันตีปันผลแต่ค่าหุ้นสูงขึ้น
เชื่อต่อสัญญาลิขสิทธิ์นอกฉลุยไม่การันตีปันผลแต่ค่าหุ้นสูงขึ้น
“ทรัพย์ศรีไทย” มั่นใจกำไรรายได้ โตกระโดด เชื่อเจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ปิดกั้นสัญญา แผน 10 ปี ดันยอดขาย ดังกิ้น-โอ บอง แปง ขึ้น 3,000 ล้านบาท
นายสัมฤทธิ์ ตันติดิลกกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรัพย์ศรีไทย (SST) เปิดเผยว่า บริษัทใช้เงินลงทุน 1,320 ล้านบาท ซื้อหุ้นบริษัท มัดแมน บริษัท เอบีพี คาเฟ (ประเทศไทย) เจ้าของลิขสิทธิ์โอ บอง แปง และบริษัท โกลเด้น โดนัท ผู้ผลิตดังกิ้น โดนัท
การลงทุนครั้งนี้เห็นโอกาสการเติบโตในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งมีการเติบโตสูง และร้านโอ บอง แปง เป็นธุรกิจที่เติบโตดีต่อเนื่อง สร้างกระแสเงินสดได้จำนวนมาก และทันทีที่ลงทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้ทันที ขณะที่ธุรกิจเดิมคลังสินค้าอัตราเติบโตต่ำแต่มาร์จินสูง
เงินลงทุนซื้อกิจการครั้งนี้มาจาก 2 ส่วนคือ กระแสเงินสดของบริษัท และเงินกู้สถาบันการเงินส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 2 เท่า หรือมีหนี้ 1,000 ล้านบาท
สำหรับโครงสร้างรายได้หลังจากนี้ จะเปลี่ยนเป็นรายได้ 60% ของรายได้รวม มาจากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจน้ำมันพืชทิพ 30% และธุรกิจเดิมคลังสินค้าเก็บเอกสาร 10% ปี 2555 ตั้งเป้ารายได้โตกระโดดไปถึง 2,000 ล้านบาท หรือกว่า 1,000 ล้านบาท มาจากรายได้อาหาร-เครื่องดื่ม และอนาคตจะมีการเปลี่ยนไปอยู่กลุ่มอาหาร
นายปิลัญชัย ประดับพงศ์ รองประธานกรรมการบริหาร SST กล่าวว่า โกลเด้น โดนัท เป็นบริษัทเดียวที่ถือสิทธิร้านดังกิ้น โดนัท มีสาขาในไทย 201 สาขา และเป็นอันดับ 4 ของโลกที่มีสาขามากและเม็ดเงินในการสร้างรายได้ให้เจ้าของลิขสิทธิ์ เช่นเดียวกับ บริษัท เอบีพี คาเฟ เป็นรายเดียวที่ถือสิทธิ ร้านโอ บอง แปง มี 43 สาขา เป็นอันดับ 1 ของโลก
“เจ้าของ 2 ลิขสิทธิ์ ไม่มีปัญหาในการต่อสัญญา โดยสิทธิของโอ บอง แปง เหลือ 15 ปี ส่วนดังกิ้นไม่มีกำหนดเวลา เชื่อว่าทั้งยอดขายและสาขา จะทำให้สัญญาสิทธิต่อไปเรื่อยๆ เป้า 10 ปี ยอดขายดังกิ้นโอ บอง แปง ไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท ดันยอดขาย-กำไร SSTโตได้ 100%”
แม้ว่าอนาคตกำไรเติบโตสูง แต่เงินปันผลอาจไม่เพิ่มตาม เนื่องจากต้องนำเงินส่วนหนึ่งชำระหนี้ แต่มูลค่าความเป็นเจ้าของสูงขึ้นตามมูลค่าการลงทุน







