
PS’งัด4วิธีฝ่าวิกฤต
จมน้ำรายได้หายวับ7พันล้านปี’55ปีทองช.การช่างไทยรุ่ง
จมน้ำรายได้หายวับ7พันล้านปี’55ปีทองช.การช่างไทยรุ่ง
PS เจ็บหนักไตรมาส 4 รายได้หาย 7,000 ล้าน 63 โครงการจมน้ำ งัด 4 กลยุทธ์เร่งฟื้น CK แย้มงานในมือ 1.2 แสนล้านปีหน้าไทยรุ่งฯ คุยเฟื่องฟู
นายสมบูรณ์ วศินชัชวาล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวางแผนการเงิน บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) เปิดเผยถึงผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่ คาดว่าผู้ซื้อจะชะลอการโอนประมาณ 7,000–7,500 ล้านบาท ทำให้ไตรมาส 4 มีรายได้เพียง 3,500–4,000 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดว่าจะมีรายได้จากการโอน 1.1 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ โครงการของบริษัทอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมทั้งหมด 284 โครงการ แบ่งเป็น โครงการที่ปิดการขายไปแล้ว 143 โครงการ และโครงการที่ยังเปิดขายอยู่ 141 โครงการ ซึ่งมี 63 โครงการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
โรงงานผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปที่ อ.ลำลูกกา น้ำท่วม และได้หยุดผลิตตั้งแต่เดือน ต.ค. คาดว่าจะกลับมาผลิตได้ในเดือน ธ.ค.นี้
“บริษัทอาจต้องใช้เงินประมาณ 70-100 ล้านบาท ในการทำความสะอาดและซ่อมแซมต่างๆ” นายสมบูรณ์ กล่าว
บริษัทต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับกระแสเงินไหลเข้าที่ลดลง และลดการไหลออกของเงิน ดังนี้ 1.เน้นการสร้างบ้านที่พร้อมโอนในเวลาอันใกล้ เช่น อาคารชุดที่ใกล้เสร็จสมบูรณ์ หรือบ้านที่ไม่อยู่ในเขตน้ำท่วม 2.ตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจติดตามแก้ปัญหาให้กับลูกค้า 3.ลดหรือเลื่อนรายจ่ายต่างๆ ที่ไม่เร่งด่วน เช่น ค่าใช้จ่ายทางการตลาดและ 4.ลดหรือเลื่อนการซื้อที่ดินใหม่ ลดการซื้อสินทรัพย์ถาวรขนาดใหญ่ ชะลอการลงทุนในต่างประเทศ
ด้าน บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า น้ำท่วมจะทำให้กำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) หายไปประมาณ 3 หมื่นล้านบาท และจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวในปลายปีนี้ โดยกลุ่มที่จะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ได้แก่ กลุ่มยานยนต์ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง
กลุ่มรับเหมาก่อสร้างอาจได้รับผลดี แต่น้ำหนักจะไม่มาก เนื่องจากผู้รับเหมา 8 แห่งที่ฝ่ายวิจัยศึกษามีงานในมือ (Backlog) กว่า 3.5 แสนล้านบาท รองรับรายได้ในอีก 3 ปี
นายวรพจน์ อุชุไพบูลย์วงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบัญชีและการเงิน บริษัท ช.การช่าง (CK) เปิดเผยว่า ปี 2555 คาดว่าจะมีงานในมืออย่างต่ำ 1.2 แสนล้านบาท ถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา 40 ปี และจะมีรายได้รวม 1.5 หมื่นล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นประมาณ 10% ซึ่งเติบโตขึ้นจากปีนี้ ที่คาดว่าจะมีรายได้ 1.2-1.3 หมื่นล้านบาท และมีกำไรประมาณ 1,000 ล้านบาท ส่วนปี 2556-2557 คาดว่ารายได้จะอยู่ที่ประมาณ 1.52 หมื่นล้านบาท
สำหรับปีหน้าบริษัทจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,400 ล้านบาท และนำบริษัท ซีเค พาวเวอร์ เข้าตลาดหลักทรัพย์ช่วงปลายปี
ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ 3 หมื่นล้านบาท และมีงานรอเซ็นสัญญาอีก 9 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น โครงการเขื่อนไซยะบุรี 7.6 หมื่นล้านบาท และโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว 1.4 หมื่นล้านบาท
รายได้ไตรมาส 4 ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 2,000 ล้านบาท ประมาณ 10% และการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจะทำให้ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 1-2%
นายสมพงษ์ เผอิญโชค กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยรุ่งยูเนียนคาร์ (TRU) เปิดเผยว่า ปีหน้ารายได้จะเติบโตประมาณ 15% และอาจจะขยายตัวถึง 30% หากยอดผลิตเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ที่ 2 ล้านคัน
ปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 2,300 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าเดิม 67% หลังยอดขายไตรมาส 4 ลดลงจากไตรมาส 3 ประมาณ 25% แต่มั่นใจว่าคงไม่ถึงกับขาดทุน ขณะเดียวกันบริษัทได้เตรียมงบประมาณ 5-10 ล้านบาท เพื่อลงทุนป้องกันปัญหาน้ำท่วมในอนาคต







