
พิซซ่าลอยน้ำปี’59แตะหมื่นล.
ชี้น้ำท่วม40สาขาแต่ยอดพุ่งเดินหน้าขยายสาขาโตเท่าตัว
ชี้น้ำท่วม40สาขาแต่ยอดพุ่งเดินหน้าขยายสาขาโตเท่าตัว
อะ พิซซ่าฯ ฟุ้งน้ำท่วมไม่สะเทือนแถมยอดพุ่งเกินเป้า เดินหน้าผุดสาขา วาดรายได้แตะหมื่นล้านใน 5 ปี
นายแอนดี้ โฮลแมน รองประธานกรรมการและผู้จัดการทั่วไป เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ประเทศไทยและส่วนแฟรนไชส์ต่างประเทศ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป เปิดเผยว่า จากผลการดำเนินงานที่บริษัทยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องแม้ในภาวะน้ำท่วม ทำให้บริษัทวางเป้าหมายระยะยาวที่จะเติบโตเท่าตัวในรอบ 5 ปีจากนี้ หรือมียอดขายแตะ 1 หมื่นล้านบาทในปี 2559
ในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา พบว่าช่วงเดือน ต.ค.พ.ย. บริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 25% สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 15% แม้จะต้องปิดให้บริการไปรวม 40 สาขา แต่มียอดขายจากสาขาที่ไม่ปิดให้บริการและยอดส่งถึงบ้านหรือดิลิเวอรีเพิ่มขึ้นมาทดแทน ส่งผลให้ภาพรวม 10 เดือน เติบโตได้ 15% และคาดว่าทั้งปีจะเติบโตได้ 15% คิดเป็นรายได้รวม 4,200 ล้านบาท
ล่าสุด บริษัทสามารถเปิดสาขาที่ถูกน้ำท่วมกลับมาแล้ว 28 สาขาเหลือแค่ 12 สาขา ที่คาดว่าจะพร้อมกลับมาให้บริการได้ภายในสิ้นเดือน พ.ย.นี้
“การที่บริษัทไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ส่วนสำคัญมาจากนโยบายการบริหารจัดการวิกฤตของกลุ่มไมเนอร์ฯ ที่เตรียมพร้อมตลอดเวลาแม้ช่วงภาวะปกติ” นายโฮลแมน กล่าว
สำหรับแผนการขยายสาขาในปีนี้ยังคงเดินหน้าขยายสาขาตามแผนงานที่วางไว้ โดยถึงสิ้นปีนี้คาดเปิดบริการได้ครบ 240 สาขา เป็นสาขาใหม่ 30 สาขา ใช้งบลงทุนรวม 400 ล้านบาท แบ่งเป็นงบสำหรับปรับปรุงสาขาเดิม 150 ล้านบาท และงบสำหรับสาขาใหม่ 250 ล้านบาท
ขณะที่ปีหน้าวางแผนเปิดสาขาใหม่อีก 15 สาขา ภายใต้งบลงทุน 810 ล้านบาท สำหรับรูปแบบร้านบริการจัดส่งถึงบ้าน และ 20 ล้านบาท สำหรับรูปแบบที่เป็นร้านอาหาร โดยภายใน 5 ปีนับจากนี้ บริษัทคาดว่าจะเปิดสาขาใหม่ได้ครบ 500 สาขา หรือเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว
ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวแคมเปญใหญ่ส่งท้ายปี เพื่อต้อนรับเทศกาลปีใหม่ด้วยเมนูสุดคุ้มทั้งพิซซาสูตรเด็ด สไตล์อิตาเลียน สปาเกตตีกุ้งรสเยี่ยม และเครื่องดื่มสูตรพิเศษเพื่อฉลองเทศกาลความสุข ได้แก่ อิตาเลียน เอ็กซ์ ตรีม พิซซา อิตาเลียนขอบชีสมีให้เลือก 3 หน้า ในราคา 399 บาท จากปกติ 677 บาท
สำหรับเมนูสปาเกตตีมีให้เลือก 2 สูตรเด็ด ที่มาพร้อมดิปปิงซอสและเป๊ปซี่ในราคาเพียง 169 บาท จากราคาปกติ 263 บาท ส่วนหนึ่งเป็นการปรับราคาเมนูให้สอดคล้องกับกำลังซื้อผู้บริโภคหลังน้ำลดด้วย
ซึ่งหลังจากเปิดตัวเมนูดังกล่าวตั้งแต่เดือน 25 พ.ย.23 ก.พ.คาดว่าจะได้ผลการตอบรับจากลูกค้าเป็นที่น่าพอใจ







