
ทรีซิกตี้ไฟว์-โคอะ-ฉะ ลุยสื่อขนส่งสาธารระ
แม้ญี่ปุ่นจะได้รับผลกระทบจากพิบัติภัยสึนามิ แต่ถือว่าญี่ปุ่นเป็นชาติที่ปรับตัวได้เร็วและไม่ย่อท้อ
แม้ญี่ปุ่นจะได้รับผลกระทบจากพิบัติภัยสึนามิ แต่ถือว่าญี่ปุ่นเป็นชาติที่ปรับตัวได้เร็วและไม่ย่อท้อ
พร้อมหาโอกาสขยายการลงทุนไปยังประเทศต่างๆ มากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงการดำเนินธุรกิจในประเทศ
ล่าสุด บริษัท โคอะฉะ อิงค์ บริษัทสื่อโฆษณานอกบ้านจากประเทศญี่ปุ่น เข้ามาร่วมทุนกับบริษัท ทรีซิกตี้ไฟว์ ดำเนินธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้านภายใต้ชื่อ บริษัท โคอะฉะ มีเดีย (ประเทศไทย) คว้าสัมปทานสื่อโฆษณาแอร์พอร์ตลิงก์เป็นโครงการแรก
อรัญ อภิจารี ประธานกรรมการ บริษัททรีซิกตี้ไฟว์ กล่าวว่า การร่วมทุนกับโคอะฉะ อิงค์ เพราะเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการบริหารพื้นที่และสื่อโฆษณาในระบบขนส่งของประเทศญี่ปุ่น ดำเนินการมากว่า 76 ปีมีทั้งเทคโนโลยีด้านสื่อโฆษณาในระบบขนส่งมวลชน เครือข่ายลูกค้าที่เป็นอินเตอร์แบรนด์ และเงินทุนที่แข็งแกร่ง
ขณะที่บริษัท ทรีซิกตี้ไฟว์ หรือบริษัท 124 คอมมิวนิเคชั่นส เดิม ได้ปรับเปลี่ยนธุรกิจมาให้ความสำคัญกับสื่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์อย่างครบวงจร หลังจากเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหม่ และการจับมือกับโคอะฉะ อิงค์ เป็นการแสดงให้เห็นถึงการก้าวเข้าสู่ธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้าน ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตสูงในอนาคต
“โครงการแอร์พอร์ตลิงก์เกิดจากรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ซึ่งเป็นพรรคเดียวกับรัฐบาลชุดปัจจุบัน จึงมีความมั่นใจว่ารัฐบาลชุดนี้จะพัฒนาและผลักดันให้โครงการนี้เติบโตต่อไป และเชื่อมโยงกับโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นอย่างน้อยอีก 10 สาย ซึ่งจะสร้างโอกาสการเติบโตให้กับธุรกิจของเราในอนาคต” อรัญ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัท โคอะฉะ มีเดีย (ประเทศไทย) ก่อตั้งด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท ทรีซิกตี้ไฟว์ถือหุ้น 51% และโคอะฉะ อิงค์ ประเทศญี่ปุ่น ถือ 49% ได้รับสัมปทานบริหารสื่อโฆษณารถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์เป็นระยะเวลา 10 ปี จากบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. โดยจ่ายผลตอบแทนมูลค่า 200 ล้านบาท ตลอด 10 ปี
นอกจากนี้ บริษัทจะใช้งบลงทุน 100ล้านบาท ในการพัฒนาสื่อรูปแบบต่างๆบนพื้นที่รวม 6,800 ตารางเมตร ทั้งสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ 8 สถานี และพื้นที่โฆษณาบนตัวรถ การติดตั้งจอแอลซีดีและเครื่องขายของอัตโนมัติ ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น คาดว่าตลอดระยะเวลา10 ปี บริษัทจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท
การขยายสื่อโฆษณาของทรีซิกตี้ไฟว์ครั้งนี้เป็นการยืนยันว่าธุรกิจด้านสื่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์ เป็นธุรกิจหลักที่บริษัทให้ความสำคัญและเดินหน้าขยายฐานให้เติบโตต่อเนื่องในอนาคต ขณะเดียวกันได้มองหาธุรกิจอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการเติบโตและสร้างรายได้มั่นคงในระยะยาวเข้ามาเสริมที่มองไว้คือธุรกิจด้านพลังงานทดแทน
ด้าน โทรุ อิชิกะวะ กรรมการผู้จัดการ ตัวแทนการตลาดและโฆษณา บริษัท โคอะฉะ อิงค์ กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจสื่อโฆษณาในประเทศไทยมีโอกาสขยายตัวและเติบโตสูงกว่าประเทศญี่ปุ่น ซึ่งบริษัทดำเนินธุรกิจมา 76 ปี ปัจจุบันเป็นผู้บริหารสื่อโฆษณาของการรถไฟในญี่ปุ่นรวมประมาณ 520 สาย จำนวนกว่า 1.05 หมื่นสถานี ปีที่ผ่านมามีรายได้กว่า 1,500 ล้านบาท
“บริษัทมีเป้าหมายขยายกิจการในภูมิภาคเอเชียให้กว้างขวางขึ้น ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม ซึ่งการร่วมธุรกิจกับพันธมิตรในประเทศไทยครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งในการสานต่อนโยบายการขยายเครือข่ายธุรกิจออกสู่ภูมิภาคนี้ โดยจะนำเอาโนว์ฮาวจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาพัฒนาการทำโฆษณาโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ให้ประสบความสำเร็จได้ในเวลาอันรวดเร็ว” อิชิกะวะ กล่าว
ประเทศไทยในสายตาชาวญี่ปุ่นยังถือว่ามีศักยภาพในการลงทุน เพราะแนวโน้มเศรษฐกิจไทยมีโอกาสเติบโตสูงมาก และการโฆษณายังเป็นเครื่องมือสำคัญของนักการตลาดในการสื่อสารกับผู้บริโภค แม้ขณะนี้ไทยกำลังประสบปัญหา แต่เชื่อว่าจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ด้วยฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง







