posttoday
โกร่งเล็งใช้เงินสำรองฟื้นฟูประเทศ

โกร่งเล็งใช้เงินสำรองฟื้นฟูประเทศ

15 พฤศจิกายน 2554

"โกร่ง" ลั่นขอดึงเงินสำรองของแบงก์ชาติมาฟื้นฟูประเทศ หลังน้ำท่วม พร้อมตั้งเลขาฯสภาพัฒน์เป็นฝ่ายเลขานุการกยอ.

"โกร่ง" ลั่นขอดึงเงินสำรองของแบงก์ชาติมาฟื้นฟูประเทศ หลังน้ำท่วม พร้อมตั้งเลขาฯสภาพัฒน์เป็นฝ่ายเลขานุการกยอ.

นายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ(กยอ.)เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ หรือ กยอ. ว่า การลงทุนเพื่อฟื้นฟูประเทศในอีก 1 ปีหลังจากนี้ มีแนวคิดเรื่องการนำเงินทุนสำรองทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือ ธปท. บางส่วนออกมาใช้ โดยใช้วิธีให้รัฐบาลออกพันธบัตรเพื่อขอกู้เงินจาก ธปท.

"อาจมีการดึงทุนสำรองบางส่วนมาใช้ แทนที่จะให้ ธปท. เอาทุนสำรองไปให้รัฐบาลสหรัฐกู้ในอัตราดอกเบี้ยถูกๆ ก็น่าจะเอามาให้รัฐบาลไทยกู้แทน ซึ่งอาจจะให้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าก็ได้ แต่ถ้า ธปท. ไม่อยากให้กู้ ก็ต้องไปถาม ธปท.ว่า  ทำไมถึงยังให้รัฐบาลสหรัฐกู้ได้"นายวีรพงษ์กล่าว

โกร่งเล็งใช้เงินสำรองฟื้นฟูประเทศ วีรพงษ์

นายวีรพงษ์ กล่าวอีกว่า  เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ได้พบนักลงทุนญี่ปุ่นที่อยู่ในประเทศไทยได้แก่ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร)  , ประธานหอการค้าญี่ปุ่น หรือ เจซีซี และประธานบริษัทโตโยต้ามอเตอร์ประเทศไทย ซึ่งทางเจโทร ให้ความมั่นใจว่าญี่ปุ่นยังไม่ย้ายฐานการผลิตจากประเทศไทย เพราะประเทศไทยมีแรงงานที่มีคุณภาพเหนือกว่าประเทศเพื่อนบ้าน สามารถรับวัฒนธรรมการจ้างงานของญี่ปุ่นได้

ทั้งนี้ยืนยันว่าสาขายานยนต์ ยังมีเป้าหมายการลงทุนในการผลิตรถยนต์จาก 1 ล้านคัน เป็น 2.5 ล้านคัน โดยต้องอาศัยความร่วมมือกับรัฐบาลไทย เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์ในการผลิตรถยนต์ในอาเซียนใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากญี่ปุ่นต่อไป

สำหรับผลการประชุม กยอ.นัดแรกได้กำหนดกรอบการดำเนินงาน มีการวางเป้าหมายระยะสั้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักลงทุนในและต่างประเทศว่าฤดูฝนในปี 2555 จะไม่เกิดภาวะน้ำท่วมหนักเหมือนเช่นในปีนี้อีก ซึ่งจะต้องมีการบริหารจัดการน้ำและการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้สร้างความเสียหายเกิดขึ้นรวมทั้งวางเป้าหมายระยะยาวในการพัฒนาประเทศที่จะนำปัจจัยเสี่ยงจากน้ำท่วมกำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่จะเกี่ยวข้องในด้านภูมิศาสตร์ โครงสร้างพื้นฐานทั้งถนน ระบบน้ำ การบริหารจัดการพื้นที่อุตสาหกรรม พื้นที่เกษตร และเขตทางน้ำไหล

นายวีรพงษ์ กล่าวอีกว่า การดำเนินงานของ กยอ.ภายใน 12 เดือนข้างหน้า อยู่ภายใต้การตั้งคณะกรรมการ 4 ชุด ประกอบด้วย คณะกรรมการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย, คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทลบจากอุทกภัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน, คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับ

ผลกระทบอุทกภัย ด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและความเป็นอยู่ของประชาชน และ คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอุทกภัยด้านการฟื้นฟูคุณภาพชีวิต

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ มีนายพันศักดิ์ วิญญูรัตน์ เป็นประธาน, คณะอนุกรรมการประสานความร่วมมือและสร้างความมั่นใจภาคเอกชน มีนายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ เป็นประธาน, คณะอนุกรรมการจัดตั้งองค์กรถาวรและการปฏิบัติตามแนวบริหารราชการแผ่นดิน มีนายวิษณุ เครืองาม เป็นประธาน และคณะอนุกรรมการด้านการเงินและตลาดทุน มีนายศุภวุฒิ สายเชื้อ เป็นประธาน ซึ่งต่อไปจะมีการประชุมเดือนละ 2 ครั้ง

นอกจากนี้ที่ประชุม กยอ. ได้แต่งตั้งให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสภาพัฒน์ เป็นฝ่ายเลขานุการของ กยอ.และให้ตั้งสำนักงาน กยอ.เป็นหน่วยงานในสภาพัฒน์ โดยขั้นต้นได้ขอกำลังบุคลากร 30 คนเพื่อทำงานในสำนักงานดังกล่าว

ด้านนายอาคม กล่าวว่า ยุทธศาสตร์การฟ้องกันน้ำท่วมในปีหน้าจะวางระบบป้องกัน 2 ระบบ คือ ระบบป้องกันเขตนิคมอุตสาหกรรมและโรงงาน ซึ่งผู้ประกอบการต้องปรับปรุงแก้ไขเอง ขณะที่รัฐบาลจะจัดเงินกู้ผ่อนปรนในการลงทุนสร้างแนวป้องกันให้ และยังมีกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเป็นแหล่งระดมทุน และส่วนที่ 2 เป็นระบบป้องกันนอกนิคมอุตสาหกรรมและชุมชนใกล้เคียง ซึ่งภาครัฐจะเป็นผู้ลงทุน ขณะนี้อยู่ระหว่างที่คณะกรรมการจัดการน้ำฯ จะวิเคราะห์และออกแบบการป้องกัน 

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี