
คิดให้ดี...ก่อนขึ้นดอกเบี้ย
8...ทีมข่าวการเงิน
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักพยากรณ์เศรษฐกิจหลายแห่ง ต่างยืนยันว่าในปีนี้จะเป็นปีที่ดอกเบี้ยจะปรับตัวเป็นขาขึ้น
แต่นายธนาคารอย่าง ประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กลับมองว่า การจะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่นั้น อยากให้รอประเมินเศรษฐกิจไตรมาสแรกและ 2 ของปีนี้เสียก่อน จึงค่อยปรับเปลี่ยนนโยบายการเงิน เพราะขณะนี้ยังมีความเสี่ยงอยู่ จึงไม่ควรไปเพิ่มความเข้มงวดของนโยบายการเงิน แต่หากมั่นใจว่าเศรษฐกิจเริ่มเข้มแข็งแล้ว จึงค่อยขยับนโยบายการเงินไปสู่ระดับปกติ
“
ตอนนี้เงินเฟ้อไม่ใช่ปัญหา แม้เงินเฟ้อทั่วไปจะปรับขึ้นแล้ว แต่เกิดจากปัจจัยด้านอาหารและพลังงาน ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานยังไม่ปรับขึ้น การดำเนินนโยบายการเงินจึงควรให้เวลาสักระยะ เชื่อว่าการประชุม กนง.วันที่ 10 มี.ค. ดอกเบี้ยจะยังไม่ปรับขึ้น” ประสาร กล่าวประสาร กล่าวว่า ตัวเลขอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาส 4 ปี 2552 ออกมาสอดคล้องกับที่ธนาคารคาดการณ์ สะท้อนว่าเศรษฐกิจทั่วไปดีขึ้น แต่เทียบกับฐานปีที่แล้วซึ่งต่ำ ขณะนี้ยังต้องระวังความเสี่ยง เพราะหลายประเทศกำลังมีปัญหา เช่น ภาระหนี้ของรัฐบาลกรีซ หากไม่ระวังอาจลุกลามไปทั่วยุโรป
ขณะเดียวกันความเสี่ยงในประเทศ ได้แก่ ราคาพลังงาน ดอกเบี้ย และอัตราแลกเปลี่ยนของเงินเหรียญสหรัฐและยูโรกระทบความเชื่อมั่น การลงทุน การอุปโภคบริโภค ที่สำคัญควรเร่งหาความชัดเจนของการบริหารแผ่นดินกรณีมาบตาพุดและ 3จี เพราะถ้าไม่ชัดเจนจะสะท้อนภาพการลงทุนในระยะยาว
นอกจากนี้ คือการเมืองและความขัดแย้งในสังคม อยากให้ทุกคนเคารพกฎหมาย ไม่ว่าคำตัดสินจะยึดทรัพย์ทั้งหมด บางส่วน หรือไม่ยึดเลย ทุกฝ่ายต้องยอมรับ ถ้าไม่ยอมรับปัญหาจะไม่ยุติ
“
วันที่ 26 ก.พ.เหตุการณ์จะกระทบกับจีดีพีแค่ไหนขึ้นกับความรุนแรง ถ้าแรงชั่วคราว ก็ไม่กระทบ แต่ถ้ารุนแรงยืดเยื้อธนาคารขอประเมินสถานการณ์อีกครั้ง” นายประสาร กล่าวนั่นเป็นเสียงจากนายธนาคาร ซึ่งทาง ธปท.ก็ยืนยันว่าดอกเบี้ยจะต้องขึ้นแน่นอน แต่จะไม่ขึ้นเร็ว
ธปท.ชี้ไม่ปรับดอกเบี้ยขึ้นเร็ว จนกลายเป็นความเสี่ยงต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่จะปรับขึ้นตามความจำเป็น เพราะการใช้ดอกเบี้ยต่ำพิเศษในภาวะปัจจุบันมีน้อยลง
ธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ในขณะนี้แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะมีการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ต่อเนื่องหรือไม่ ฉะนั้นการดำเนินนโยบายการเงิน การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ต้องคำนึงถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการดูแลอัตราเงินเฟ้อด้วยอยู่แล้ว และในแง่ภาวะเศรษฐกิจในภาพรวมทุกคนต่างรับรู้ว่าเศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงอยู่ค่อนข้างมาก จึงเป็นไปไม่ได้ที่ ธปท.จะทำนโยบายการเงินให้กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจในปีนี้อีก
“
ไม่มีใครรู้ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวต่อเนื่องหรือไม่ แต่ตลาดรับรู้อยู่แล้วว่า ความจำเป็นในการใช้อัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษในขณะนี้ไม่มีแล้ว หรือมีน้อยลง เพียงแต่ดอกเบี้ยจะปรับเข้าสู่ภาวะปกติเร็วหรือช้า หรือขึ้นในช่วงไหนยังบอกไม่ได้ ต้องดูปัจจัยอื่นๆ ทั้งภายในภายนอกก่อน แต่ ธปท.จะไม่ขึ้นดอกเบี้ยเร็วพรวดพราดแน่ เพราะต้องดูจังหวะให้เหมาะสม” ธาริษา กล่าวทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กำหนดในปัจจุบันอยู่ที่ 1.25% ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจาก กนง.และ ธปท.ต้องการใช้นโยบายการเงินผ่านการใช้อัตราดอกเบี้ยต่ำกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงมีการปรับลดดอกเบี้ยมาอย่างต่อเนื่อง จากเดือน ต.ค. ปี 2551 อยู่ที่ 3.75% ลดลงมาเรื่อยๆ จนเหลือ 1.25% ในปัจจุบัน
ธาริษา กล่าวว่า ในภาวะปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อได้ปรับเพิ่มขึ้นบ้าง เนื่องจากฐานในปีที่ผ่านมาต่ำและมีผลจากการที่รัฐบาลยกเลิกมาตรการอุดหนุนค่าครองชีพบางอย่าง แต่การปรับขึ้นของเงินเฟ้อยังไม่น่าห่วง ทำให้ ธปท.สามารถทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยให้เศรษฐกิจมีการฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องได้ ซึ่ง ธปท.ต้องจับตาดูดัชนีชี้วัดต่างๆ ให้มากขึ้น เพื่อดูสัญญาณการฟื้นตัว ซึ่งขณะนี้ความต้องการซื้อสินค้ามีมากขึ้น แต่การลงทุนยังตก
ศูนย์วิจัยธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ มองว่า ดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะไม่ปรับขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ แม้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ย Discout Rate เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จาก 0.5% เป็น 0.75%
ทั้งนี้ หากขึ้นดอกเบี้ยเร็วเกินไปจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทให้แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ ธปท.ไม่ต้องการ และแนวโน้มเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นในไตรมาสแรกของปีนี้ แต่ในระยะต่อไปเงินเฟ้อมีแนวโน้มทรงตัวหรือลดลง ซึ่งไม่ได้เป็นปัจจัยลบที่เป็นแรงกดดันทำให้ดอกเบี้ยต้องปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว







