
หุ้นวันที่ 3 พ.ย. ปิดลบ 8.24 จุด
ดัชนีภาคเช้าปิดที่ 957.56 จุด ลดลง 8.24 จุด (-0.85%) แตะระดับสูงสุด 956 จุด และต่ำสุด 945.40 จุด มูลค่าการซื้อขาย 21,974.52 ล้านบาท
ดัชนีภาคเช้าปิดที่ 957.56 จุด ลดลง 8.24 จุด (-0.85%) แตะระดับสูงสุด 956 จุด และต่ำสุด 945.40 จุด มูลค่าการซื้อขาย 21,974.52 ล้านบาท
น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการอาวุดส บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นที่กลับมาดีดขึ้นในช่วงบ่ายได้ ถือเป็นไปตามทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาคที่ขานรับข่าวที่กรีซไม่ต้องทำประชามติเรื่องการแก้ไขหนี้ โดยเห็นจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มยุโรปและดัชนีดาวน์โจนส์ล่วงหน้าก็ปรับขึ้นในแดนบวก
แต่อย่างไรก็ตาม มองว่าการที่ดัชนีดีดตัวจะเป็นเพียงระยะสั้น เพราะการแก้ไขปัญหายังอีกยาวไกล อีกทั้งมองว่าการเมืองในกรีซเริ่มไม่มีเสถียรภาพ ซึ่งจะสร้างความกังวลต่อไปว่าปัญหากรีซจะได้รับการแก้ไขที่ช้าลง
ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวดัชนีหุ้น (วันที่ 4 พ.ย.) ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของสัปดาห์เชื่อว่านักลงทุนจะชะลอการลงทุนและเห็นมูลค่าการซื้อขายที่เบาบาง ทั้งจากปัจจัยต่างประเทศและในประเทศเรื่องน้ำท่วมที่ต้องลุ้นว่าวันหยุดสัปดาห์นี้น้ำจะไหลเข้าพื้นที่กรุงเทพฯในระดับไหน
กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้ชะลอการลงทุนและรอเหตุการณ์ให้คลี่คลายก่อน แต่หากใครมีหุ้นในมือให้รอจังหวะที่หุ้นดีดขึ้นระยะสั้น รีบขายทำกำไรออกไป ประเมินกรอบแนวต้านที่ 960-970 จุด และกรอบแนวรับที่ 935-940 จุด
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่
PTTGC มูลค่าการซื้อขาย 3,348 ล้านบาท ปิดที่ 65.00 บาท ลดลง 0.50 บาท (-0.76%)
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,761 ล้านบาท ปิดที่ 294.00 บาท ลดลง 4.00 บาท (-1.34%)
IVL มูลค่าการซื้อขาย 1,370 ล้านบาท ปิดที่ 33.00 บาท ลดลง 0.50 บาท (-1.49%)
KTB มูลค่าการซื้อขาย 1,167 ล้านบาท ปิดที่ 14.50 บาท ลดลง 0.30 บาท (-2.03%)
BANPU มูลค่าการซื้อขาย 1,103 ล้านบาท ปิดที่ 590.00 บาท ลดลง 12.00 บาท (-1.99%)







