
เร่งแผนฟื้นลงทุน
นายกฯให้ทุกหน่วยงานส่งด่วนเรียกความเชื่อมั่นธุรกิจ-ปชช.
นายกฯให้ทุกหน่วยงานส่งด่วนเรียกความเชื่อมั่นธุรกิจ-ปชช.
ยิ่งลักษณ์สั่งทุกส่วนราชการส่งแผนลงทุนระยะ 1 ปี แผนลงทุนระยะยาวให้ สศช.ก่อนเสนอ ครม.อนุมัติสัปดาห์หน้า
นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ทุกส่วนราชการเสนอโครงการลงทุนเพื่อฟื้นฟูสถานการณ์หลังน้ำท่วมระยะ 1 ปี พร้อมทั้งแผนลงทุนระยะยาวให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ก่อนจะนำเสนอ ครม.พิจารณาในสัปดาห์หน้า
นายกฯ ได้ย้ำกับคณะกรรมการฟื้นฟู 3 คณะว่า ให้คณะกรรมการส่งแผนให้ทาง สศช.โดยเร็ว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนโดยเฉพาะการป้องกันระยะยาว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังได้สั่ง สศช.เป็นผู้รวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่เป็นข้อมูลช่วยเหลือเยียวยา ที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.แล้ว จากทุกกระทรวง ทุกหน่วยงาน ส่งมาให้ สศช.ภายใน 24 ชั่วโมง และจะรวบรวมใน 3 วัน ส่งให้นายกรัฐมนตรีอนุมัติต่อไป เช่น กระทรวงมหาดไทย บ้านเรือนเสียหายเท่าไหร่ จะต้องได้อะไรบ้างหรือผู้เสียชีวิตจะช่วยเหลืออย่างไร กระทรวงเกษตรฯ ข้าว พืชสวน ปศุสัตว์ มีหลักเกณฑ์อย่างไร เมื่อนายกฯ อนุมัติจะจัดทำเป็นแผ่นพับให้ประชาชนทราบและประชาสัมพันธ์ในสื่อต่อไป
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.อุตสาหกรรม ระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ มอบหมายให้ตัวเองและนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ลงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยาเพื่อที่จะสูบน้ำออกจากพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม โดยได้เตรียมเครื่องสูบน้ำ 350 เครื่องไว้แล้ว คาดว่าจะสูบน้ำออกจากนิคมฯ ทั้งหมดภายใน 45 วัน จากนั้นก็ให้ช่างเทคนิคตรวจสอบความเสียหายของเครื่องจักร ส่วนนิคมอุตสาหกรรม 8 แห่งที่ยังไม่ถูกน้ำท่วมนั้น เชื่อว่าน้ำจะไม่ท่วม
นายกฯ ยังได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีนายกิตติรัตน์เป็นประธาน และจะมีการประชุมคณะกรรมการสัปดาห์นี้ เพื่ออนุมัติมาตรการช่วยเหลือโรงงานที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม และโรงงานที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม
น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สศช.ได้เสนอแนวทางการช่วยเหลือภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เช่น การสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการ โดยเร่งจัดทำแผนฟื้นฟูอุตสาหกรรมและมีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน ส่วนระยะยาวต้องมีแผนแม่บทการจัดการน้ำ
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการสินเชื่อปลอดอัตราดอกเบี้ยหรืออัตราเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ สำหรับเอกชนที่ประสบภัยน้ำท่วมโดยตรง และผู้ประกอบการที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตผ่านการลดหย่อนอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย กรณีงานเหมาช่วงจาก 3% เหลือ 0.1% ผ่อนปรนการออกวีซ่าและใบอนุญาตทำงานให้แก่ผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศที่เข้ามาช่วยฟื้นฟูกิจการ ผ่อนปรนระเบียบจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ ระยะเวลาส่งมอบสินค้าหรือบริการตามสัญญา อนุญาตให้คู่สัญญาของรัฐจัดซื้อสินค้าหรือบริการจากเอกชนรายอื่นได้







