posttoday
เครื่องมือในการลงทุน

เครื่องมือในการลงทุน

22 กุมภาพันธ์ 2553

ฉบับนี้เรามาดูในเรื่องเครื่องมือที่จะนำมาใช้ในการออมเงินให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งใจไว้ เมื่อพูดถึงการออมเงิน หลายๆ คนคงคิดถึงการฝากเงินในธนาคาร หรือเด็กๆ อาจจะนึกถึงการหยอดกระปุก แต่รู้หรือไม่ว่าเครื่องมือที่จะช่วยให้เราเก็บออมเงินในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบมากขึ้น จุดมุ่งหมายในการออมเงินแบ่งได้เป็น 2 ส่วนคือ

1.เพื่อป้องกันความเสี่ยงและสร้างหลักประกันในชีวิต

2.เพื่อสร้างผลตอบแทนให้งอกเงยขึ้น

ในส่วนของการป้องกันความเสี่ยง เพื่อสร้างหลักประกันในชีวิต เป็นสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานที่ควรมี ได้แก่ เงินสำรองเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ในกรณีที่เราตกงานกะทันหัน เราจำเป็นต้องมีเงินส่วนนี้ไว้เพื่อใช้จ่ายสำหรับรายจ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวัน เป็นต้นว่า ค่าอาหาร ค่าน้ำค่าไฟ เสื้อผ้า และค่าที่อยู่อาศัย เงินส่วนนี้ควรมีประมาณ 6 เท่าของค่าใช้จ่ายจำเป็นรายเดือน โดยอาจเก็บออมในรูปแบบเงินฝากธนาคารก็ได้เนื่องจากเป็นเงินที่เราต้องการให้มีสภาพคล่อง เพื่อใช้ยามจำเป็นหากเก็บออมในรูปแบบที่ยากต่อการถอนจะไม่สะดวก เมื่อต้องการนำเงินออมก้อนนี้มาใช้

เงินเพื่อสร้างหลักประกันในชีวิตอีกส่วนหนึ่งคือ เงินสำรองสำหรับยามฉุกเฉินที่คาดการณ์ไม่ได้ เช่น เจ็บไข้ได้ป่วย หรือเกิดอุบัติเหตุ เงินในส่วนนี้ถือเป็นการลงทุนเพื่อปิดความเสี่ยงและทุกคนสมควรมีเอาไว้ เนื่องจากเราไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นในอนาคต ถึงแม้ว่าเราจะสามารถนำเงินไปลงทุนสร้างผลตอบแทนได้มาก แต่ถ้าหากเกิดเหตุจำเป็น เช่น เจ็บป่วยต้องใช้เงินรักษาตัว เงินลงทุนที่เรามีก็ต้องนำมาใช้จ่าย เมื่อถึงตอนนั้นใครจะมาช่วยเรา เพราะไม่เพียงตัวเราเท่านั้นที่จะได้รับความยากลำบาก คนใกล้ชิดที่ต้องพึ่งพาเราจะเป็นอย่างไร การทำประกันชีวิตถือว่าเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญที่ใช้ปิดความเสี่ยงและสร้างหลักประกัน การทำประกันชีวิตให้ได้มากกว่าความคุ้มครองชีวิตเพราะประกันชีวิต เป็นทรัพย์มรดกที่ดีที่สุด ที่จะทำให้คนที่เรารักสามารถใช้ชีวิตต่อได้อีกอย่างไม่ลำบาก หากเราทำประกันชีวิตไว้ 10 ล้านบาท และยกผลประโยชน์ให้ลูกหากเสียชีวิตลง เจ้าหนี้จะไม่สามารถแตะต้องเงินประกันชีวิตที่มอบให้กับลูกไปชำระหนี้ได้ แต่หากเป็นเงินฝาก เจ้าหนี้จะสามารถเรียกร้องไปชำระหนี้ได้สำหรับเงินส่วนการลงทุน

ส่วนเงินออมที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างผลตอบแทนให้งอกเงย ควรจะมีการจัดสรรเงินส่วนนี้เพื่อกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ซึ่งมีหลากหลาย เช่น

1.สินทรัพย์ประเภท Fixed Income เช่น ตราสารหนี้ พันธบัตร เงินฝาก ตั๋วแลกเงิน และหุ้นกู้

2.ตราสารทุนและตราสารอนุพันธ์ เช่น กองทุนรวมหุ้นทั้งในและต่างประเทศ

3.อสังหาริมทรัพย์ โดยผ่านกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หรือการซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยตรง เช่น การซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม

4.สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ผ่านกองทุนรวมที่ลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ เช่น ทองคำ น้ำมัน สินค้าเกษตร และโลหะอุตสาหกรรม

การทำ Asset Allocation

Asset Allocation คือ การจัดสรรเงินลงทุน ให้กระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ เพื่อทำให้เกิดโอกาสในการลงทุนมากขึ้น และลดความเสี่ยงจากการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งเพียงอย่างเดียว โดยมีเป้าหมายเพื่อให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ทางการเงินที่ต้องการภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด ภายใต้ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ หลักการในการทำ Asset Allocation ประกอบด้วย

1.กำหนดเป้าหมาย

ขั้นแรกต้องเริ่มที่การวางเป้าหมายทางการเงินก่อนว่า เราอยากบรรลุเป้าหมายทางการเงินในเรื่องอะไร และต้องการใช้เวลาเท่าไร โดยในขั้นนี้จะมีเรื่องความเสี่ยงที่ยอมรับได้เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งแต่ละคนจะแตกต่างกันไป ไม่มีสูตรตายตัว ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมหลายอย่าง เช่น อายุ ภาระ Life Style ฯลฯ ทำให้เครื่องมือในการลงทุนของแต่ละคนแตกต่างกันออกไป

2.ทางเลือกในการลงทุน

เป็นการศึกษาถึงแนวทาง ความเป็นไปได้ของผลตอบแทนที่จะได้รับ รวมถึงความเสี่ยงและข้อจำกัดของการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนตามเป้าหมายที่กำหนด

หากมีข้อสงสัยเรื่องการวางแผนการออมและการลงทุน สามารถส่งคำถามมาได้ที่ [email protected] ...พบกันใหม่วันจันทร์หน้าครับ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน