
รับมือปัญหาผิวพรรณ ของผู้หญิงแต่ละช่วงวัย
อยากขาว ผิวสวย ไร้ริ้วรอย ไม่ใช่ เรื่องแปลกใหม่ เพราะเรื่องของความสวยความงามนั้นผู้หญิงทั่วโลกมองหาและให้ความสำคัญ ยิ่งเรื่องของริ้วรอยกับคุณผู้หญิงด้วยแล้ว เรียกว่าไม่ยอมแพ้กันง่ายๆ
อยากขาว ผิวสวย ไร้ริ้วรอย ไม่ใช่ เรื่องแปลกใหม่ เพราะเรื่องของความสวยความงามนั้นผู้หญิงทั่วโลกมองหาและให้ความสำคัญ ยิ่งเรื่องของริ้วรอยกับคุณผู้หญิงด้วยแล้ว เรียกว่าไม่ยอมแพ้กันง่ายๆ
โดย....มัลลิกา นามสง่า
อยากขาว ผิวสวย ไร้ริ้วรอย ไม่ใช่ เรื่องแปลกใหม่ เพราะเรื่องของความสวยความงามนั้นผู้หญิงทั่วโลกมองหาและให้ความสำคัญ ยิ่งเรื่องของริ้วรอยกับคุณผู้หญิงด้วยแล้ว เรียกว่าไม่ยอมแพ้กันง่ายๆ ต้องต่อสู้ยืดผิวให้ดูอ่อนวัยกว่าอายุนานได้เท่าไหร่ยิ่งดี ซึ่งเรื่องปัญหาของริ้วรอยนี้เกิดขึ้นกับผู้หญิงทุกเชื้อชาติ และอาการดูจะหนักหนากับผู้หญิงยุโรป ส่วนคนเอเชียแม้เรื่องริ้วรอยจะเผชิญน้อยกว่าฝรั่ง ผิวขาวก็จริง หากแต่ก็คิดกันไปว่าอุปสรรคของผิวพรรณนั้นคือ สีผิว ทั้งที่จริงแล้วสีผิวดำแดงเป็นลักษณะของคนเอเช&O5533;ย แต่ไม่ยอมกันล่ะ ผู้หญิงส่วนมากจึงอยากมีผิวพรรณที่แลดูขาวผ่อง
หญิงไทยอยากขาวไร้ริ้วรอย
ล่าสุดผลการสำรวจสาวๆ ในประเทศเอเชีย ของบริษัท Synovate พบว่า สาวๆ ส่วนใหญ่ เมื่อมีรายได้ มากขึ้นก็หมดเงินไปกับครีมและเครื่องสำอาง คิดเป็นค่าใช้จ่ายถึง 10% ของรายได้ต่อเดือน และที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษก็คือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทำให้ “หน้าขาว”
ในฐานะที่ทำงานด้านความสวยความงาม “พญ.พักตร์วิไล ทวีสิน” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม และผิวพรรณ เปิดเผยว่า คนไข้ที่มาพบส่วนใหญ่คือ ผู้หญิงอยากได้ผิวขาวกระจ่างใสและไร้ริ้วรอย ไม่เพียงแค่ในสาวๆ ที่เดินเข้ามารับการรักษาหรือปรึกษากับ พญ.พักตร์วิไลเท่านั้น สังเกตกันเอาเองได้ง่ายๆ ว่ามีประเทศไหนในโลกที่ตามห้างสรรพสินค้ามีบิวตีคลินิกมากเท่าเมืองไทย นี้ยังไม่รว&O5533;สปาความสวยความงามต่างๆ
ในเรื่องของสีผิวนี้ พญ.พักตร์วิไล ได้ให้อรรถาธิบายไว้ว่า เมลานีนหรือเม็ดสีผิวของฝรั่งกับคนไทยมีจำนวนเท่ากัน แต่ผิวของคนไทยขยันขันแข็งกว่า เพียงแค่ผิวโดนไอแดดก็มีรอยหมองคล้ำ ด่างดำได้ง่าย เรียกว่าถูกกระตุ้นนิดหน่อยก็พร้อมจะเร่งสีผิวให้เข้มขึ้นทันที ต่างจากคนยุโรปจะมีปัญหาเรื่องริ้วรอย เรียกได้ว่าสาวไทยเราดำเร็วแต่เหี่ยวช้า จะเห็นได้ว่าผิวของฝรั่งกับคนไทยนั้นมีความแตกต่างกันพอควร ดังนั้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จึงต่างกัน และผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับ ผิวคนฝรั่งใช้ได้ดีเห็นผล ก็ไม่ได้แปลว่าจะเหมาะกับผิวของคนไทย
แต่อย่างไรก็ตาม ประมาณ 20 ปีที่แล้ว มีสถาบันจากต่างชาติหันมาสนใจผิวของคนเอเชีย ล่าสุด “ดร.สเตซี ฮอกคินส์” นักวิทยาศาสตร์การวิจัยอาวุโส สถาบันพอนด์ส ส&O5533;&O5533;นักงานใหญ่ศูนย์นวัตกรรม กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนและเครื่องใช้ส่วนบุคคล บริษัท ยูนิลีเวอร์ ได้เปิดเผยถึงการค้นพบเกี่ยวกับวิทยาการช่วยลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย โดยผสมผสาน Advance CLA 4 (CLA ช่วยในการกระตุ้นกระบวนการทำงานของผิว) เข้ากับ สาร AHA ที่ช่วยผลัดผิวชั้นนอก ที่เสื่อมสภาพ สารเรตินอลที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการผลิตคอลลาเจน และเรตินอล บูสเตอร์ จะเข้าไป เพิ่มประสิทธิภาพและคงคุณค่าของ เรตินอลไว้ให้อยู่กับผิวยาวนานขึ้น
ทั้งนี้ พญ.พักตร์วิไล ได้กล่าวถึงการค้นพบครั้งนี้ของสถาบันพอนด์ส หลังจากได้เยี่ยมชมถึงถิ่นที่เมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า “เรตินอล เป็นส่วนผสมลดริ้วรอยที่แพทย์ผิวหนังต่างให้การยอมรับ แต่เรตินอลที่พบในเครื่องสำอางทั่วไปมีปริมาณน้อยมาก เนื่องจากเรตินอลถูกจัดอยู่ในหมวดเวชภัณฑ์ ดังนั้นถ้าต้องใช้ในปริมาณที่ได้ผลจะต้องถูกสั่งจ่ายโดยแพทย์ ทั้งยังมีราคาสูงด้วย”
เข้าใจผิวแต่ละวัย
อย่างไรก็ตาม การดูแลผิวพรรณไม่เพียงมุ่งเพื่อความกระจ่างใสและลดริ้วรอยเท่านั้น หากแต่การดูแลผิวพรรณต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับวัยและสภาพผิว ซึ่ง พญ.พักตร์วิไลมีเคล็ดลับมาฝากด้วย
วัยเด็ก
เริ่มดูแลผิวพรรณกันตั้งแต่เด็ก แต่ไม่ต้องวุ่นวายทำอะไรมาก เพียงแค่ใช้โฟมล้างหน้าให้สะอาดก็เพียงพอแล้ว
ช่วงอายุก่อน 20 ปี
พอย่างเข้าวัยรุ่น ปัญหาของหญิงสาววัยนี้คือ ผิวหน้ามันและเป็นสิวง่าย จึงต้องเลือกโฟมล้างหน้าให้เหมาะกับสภาพผิว ถึงแม้ว่าหน้ามันจะไม่ใช่สาเหตุการเกิดสิวโดยตรง แต่ก็มีส่วนช่วยกระตุ้นให้เกิดสิวได้
อายุ 20-30
พออายุ 20-30 จะกังวลเรื่องสีผิว ผิวพรรณเริ่มมีปัญหาเรื่องของจุด ด่างดำมาเกี่ยวข้อง มีกระฝ้า เริ่มมีปัญหาผิวแห้ง และสีผิวไม่สม่ำเสมอ นอกจากทำความสะอาดผิว ควรเลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะสม และระมัดระวังเรื่องการโดนแสงแดด ซึ่ง ผู้หญิงในวัยทำงานให้ความสนใจเรื่องครีมกันแดด และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มีสารป้องกันแดด ช่วยทำให้หน้ากระจ่างใส แต่ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทำให้ผิวหน้าใสเท่าที่สีผิวธรรมชาติจะสว่างใสได้ ไม่ใช่ไปกัดจนสีผิวขาว ไม่เป็นธรรมชาติ เพียงแค่ให้ผิว สม่ำเสมอขึ้น จุดด่างดำลดลง ไม่ได้ หาย 100 เปอร์เซ็นต์
อายุ 30 ปีขึ้นไป
ส่วนวัย 30 ขึ้นไป จะเริ่มมีปัญหาเรื่องของความเหี่ยวแห้ง เพราะต่อม ไขมันน้อยลง เซลล์ผิวหนังสูญเสียความสามารถในการอุ้มน้ำ ผลิตภัณฑ์จำพวกมอยส์เจอไรเซอร์ เดย์ครีม ไนท์ครีมจะมีบทบาท เพราะอายุมากขึ้นและแสงแดดทำให้คอลลาเจน อีลาสตินถูกทำลาย ผิวก็จะเหี่ยวย่น วัยนี้นอกจากต้องเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อให้ผิวกระจ่างใสแล้ว ยังต้องดูแลเรื่องริ้วรอยไปพร้อมๆ กันด้วย
อายุ 40 ปีขึ้นไป
มาถึงผู้หญิงอายุ 40 ขึ้น วัยนี้ล่ะ จะต้องเจอรอยเหี่ยวย่นจริงๆ ไม่ใช่เหี่ยวแห้ง ต้องต่อต้านและรักษา ใช้ทั้งครีมกันแดด เดย์ครีม ไนท์ครีม เซรัมเข้มข้น และต้องใช้ผลิตภัณฑ์ตระกูลแอนไทเอจจิงด้วย เพราะทำหน้าที่ช่วยชะลอริ้วรอยและซ่อมแซม
แม้วัยจะเป็นตัวกำหนดสภาพ ผิวพรรณโดยธรรมชาติในระดับหนึ่งแล้ว การใช้ชีวิตก็เป็นตัวกำหนดสภาพผิวพรรณด้วยเช่นกัน เพราะหาก คุณเป็นสาวรักการดื่มสุรา กาแฟ ชา หรือสูบบุหรี่ ใช้ชีวิตอยู่แต่ในห้องแอร์ ไม่ชอบดื่มน้ำเปล่า อายุไม่ต้องถึง 25-30 ก็ต้องเสริมมอยส์เจอไรเซอร์แล้ว เพราะสิ่งเหล่านั้นทำหน้าที่ขับปัสสาวะส่งผลให้ผิวแห้ง นอกจากนี้ปัญหาและความต้องการของผู้หญิงทุกช่วงอายุอยากมีผิวหน้ากระจ่างใสด้วยกันทั้งนั้น ทว่าพออายุ 30 ขึ้นไป นอกจากต้องการผิวหน้ากระจ่างใสแล้ว ก็ต้องใส่ใจกับปัญหาริ้วรอยควบคู่กันไปด้วย เช่นนั้นการเลือกดูแลผิวพรรณควรให้เหมาะกับสภาพผิว







