
กกร.เสนอรัฐช่วยเอสเอ็มอี 7 หมื่นล้านบาท
กกร.เสนอรัฐตั้งกองทุนกู้เอสเอ็มอีหลังน้ำท่วม 7 หมื่นล้านบาท แนะเลิกประชานิยมที่ไม่จำเป็นนำงบประมาณฟื้นฟูประเทศ
กกร.เสนอรัฐตั้งกองทุนกู้เอสเอ็มอีหลังน้ำท่วม 7 หมื่นล้านบาท แนะเลิกประชานิยมที่ไม่จำเป็นนำงบประมาณฟื้นฟูประเทศ
นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล ประธานสภาหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. เห็นชอบให้เสนอ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ประสบวิกฤตภาวะน้ำท่วม โดยนำเงินภาษีนิติบุคคลที่รัฐบาลประกาศจะลดในปี 2555 มูลค่า 7 หมื่นล้านบาทมาช่วยในจุดนี้แทน
ทั้งนี้ รัฐบาลมีแนวคิดลดภาษีนิติบุคคลที่เรียบเก็บ จากเดิม 30% เหลือ 23% ในปี 2555 แต่ กกร.เห็นว่ารัฐบาล ครเก็บเท่าเดิม แล้วนำเงินดังกล่าวมาช่วยเหลือเอสเอ็มอี โดยให้เอกชนเป็นผู้นำในการบริหารกองทุน และให้ธนาคารไทยเป็นผู้รับผิดชอบ เบื้องต้น ได้รับความร่วมมือจากเอกชนรายใหญ่ที่เห็นด้วยกับแนวคิดังกล่าวแล้ว เช่น ปตท. เอสซีจี เป็นต้น
“ ต้องการให้ทุกบริษัทร่วมมือกัน เพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ต้องประสบภาวะวิกฤตในทุกทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องซอฟท์โลน หรือ การให้ความช่วยเหลือด้านอื่นๆ เพราะจะปล่อยให้เอสเอ็มอีเคว้งไม่ได้ และถ้าภาคอุตสาหกรรมหลักฟื้นเร็ว เศรษฐกิจของประเทศก็จะกลับมาเร็ว” นายพงษ์ศักดิ์กล่าว
นอกจากนี้ ยังต้องการให้รัฐบาลทบทวนนโยบาย งบประมาณ และยุทธ์ศาสตร์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ยกเลิกโครงการประชานิยมที่ยังไม่จำเป็น เพื่อนำงบประมาณมาใช้ในการฟื้นฟูประเทศอย่างเร่งด่วน ซึ่งเป็นเรื่องที่จำเป็นกว่ามาก รวมทั้งการสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวให้กับนักลงทุนเพื่อรักษาฐานการผลิตและเป็นศูนย์กลางด้านซัพพลายเชนให้กลับมาโดยเร็ว
นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า สิ่งที่กกร.อยากเห็นอย่างมาในขณะนี้ คือ การแก้ไขปัญหาเรื่องระบายน้ำที่เป็นเอกภาพจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ควรต้องหันมาร่วมมือกัน อย่างต่างคนต่างทำ เพื่อให้น้ำลดโดยเร็ว รวมไปถึงแผนการบริหารจัดการน้ำในระยะยาวที่ควรมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาแก้ปัญหาอย่างจริงจังและเป็นระบบ
นาย พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำ และ การสร้างเขื่อนป้องกันแต่ละนิคมควรถูกจัดให้เป็นวาระระดับชาติที่ต้องมีผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาดูแล และต้องเป็นนโยบายต่อเนื่องทุกรัฐบาล เพื่อรับมือวิกฤตการณ์ฉุกเฉินและปัญหาภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต
ขณะที่มาตรการเยียวยา ควรตั้งกองทุนระยะยาวเพื่อดูแลนิคมอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ และช่วยอำนวยความสะดวกไม่ให้ผู้ประกอบการเอกชนติดขัดในเรื่องเงื่อนไขต่างๆ รวมทั้งการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึงขณะนี้ได้รับความร่วมมือจากทางธนาคารทหารไทยปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% เป็นระยะเวลา 3 ปี แล้ว







