posttoday
หุ่นสำลักน้ำท่วม

หุ่นสำลักน้ำท่วม

25 ตุลาคม 2554

ตลาดหุ้นไทยช่วงนี้จะผันผวนตาม 2 ตัวแปรสำคัญ คือ วิกฤตน้ำท่วมและวิกฤตหนี้ยุโรป

ตลาดหุ้นไทยช่วงนี้จะผันผวนตาม 2 ตัวแปรสำคัญ คือ วิกฤตน้ำท่วมและวิกฤตหนี้ยุโรป

โดย..พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ

วิกฤตหนี้ยุโรปจะสร้างความผันผวนต่อตลาดการเงินทั่วโลกต่อไป แม้ความพยายามที่จะคลี่คลายวิกฤตหนี้ที่กดดันยุโรปมาร่วม 2 ปี จะได้รับการตอบรับเชิงบวกจากตลาดทุนทั่วโลก แต่ยังคงมีความไม่แน่นอนค่อนข้างสูง โดยเฉพาะประเด็นการเพิ่มบทบาทของกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป การเพิ่มทุนของสถาบันการเงินยุโรป และการเพิ่มสัดส่วนการแบกรับความเสียหายของภาคเอกชนที่ถือพันธบัตรกรีซ

การประชุมสุดยอดผู้นำอียูช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านยังไม่ได้ข้อสรุป แต่จะเจรจากันต่อ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปในวันพุธนี้ ซึ่งจะมีส่วนชี้ทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลกในช่วงต่อไป แต่อย่าเล็งผลเลิศจากการประชุมครั้งนี้ ต้องยอมรับว่าวิกฤตหนี้ยุโรปเรื้อรังมานานและต้องใช้เวลาอีกนานในการปัญหา ยิ่งถ้าแก้ช้าปัญหาจะยิ่งลุกลามและรุนแรง ช่วงที่มีกระแสข่าวบวกถึงความพยายามในการแก้ป้ญหา ตลาดทุนระยะสั้นจะตอบรับเชิงบวก แต่มองว่าคงไปได้ไม่มากนัก ที่สำคัญตลาดหุ้นมีแนวโน้มจะให้ผลตอบแทนด้อยกว่าตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน เนื่องจากกำลังเผชิญวิกฤตน้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์ ที่จะตามมาด้วยการปรับลดประมาณการเศรษฐกิจและผลประกอบการของ บจ.ครั้งใหญ่

วิกฤตน้ำท่วมฉุดเศรษฐกิจและผลประกอบการ วิกฤตน้ำท่วมรอบนี้สร้างความเสียหายในวงกว้างต่อภาคการเกษตร อุตสาหกรรม การส่งออก และการท่องเที่ยว ขณะนี้ยังยากที่จะประเมินความเสียหายที่แท้จริง แต่น่าจะไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท ซึ่งจะมีผลให้เศรษฐกิจหดตัวในไตรมาส 4 และฉุดตัวเลขปีนี้เหลือโตเพียง 2% เศษ และจะถ่วงเศรษฐกิจต่อถึงปีหน้า

“สึนามิน้ำจืด” ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับคนไทยกว่า 2.4 ล้านคน แรงงานไม่ต่ำกว่า 5 แสนคนไม่มีงานทำกะทันหัน หากน้ำทะลักเข้าท่วมกรุงเทพฯ ชั้นในจนเศรษฐกิจเป็นอัมพาต ความเดือดร้อนและความเสียหายทางเศรษฐกิจจะรุนแรงกว่านี้

เงินเฟ้อทั้งที่เศรษฐกิจหด ราคาข้าวของจำเป็นแพงขึ้นหลังโรงงานอุตสาหกรรมส่วนหนึ่งจมน้ำ ระบบการขนส่งสินค้าและวัตถุดิบสะดุด และเกิดการซื้อสินค้ากักตุน

การใช้จ่ายภาคครัวเรือนจะชะลอตัวต่อเนื่องไปถึงต้นปีหน้า ผู้บริโภคจะประหยัด เพราะไม่มั่นใจในภาวะเศรษฐกิจ ปัญหาคนตกงาน และข้าวของแพง

ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจหด ความกังวลต่อปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก จะทำให้ภาคธุรกิจโดยเฉพาะจากต่างประเทศชะลอการลงทุน เพื่อรอความชัดเจนจากภาครัฐถึงการแก้ปัญหาในระยะยาว ที่คาดว่าจะต้องใช้เม็ดเงินลงทุนหลายแสนล้านบาท

สถานการณ์ขณะนี้กดดันให้ต้องทบทวนงบประมาณให้สอดคล้องกับความจำเป็นทั้งเฉพาะหน้าและระยะยาว หลายโครงการที่ลำดับความสำคัญถูกเบียดอาจต้องถูกทบทวนใหม่ เช่น โครงการรถยนต์คันแรกและบ้านหลังแรก การจัดลำดับความสำคัญของโครงการ แนวทางการระดมเงินทุนและการเดินหน้าโครงการอย่างโปร่งใส ล้วนเป็นเรื่องที่ท้าทายฝีมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์นี้อาจช่วยได้แค่เยียวยา หากเทียบกับความเสียหากที่เกิดขึ้น แต่น่าจะได้รับการตอบรับเชิงบวกจากภาคธุรกิจและตลาดทุน

นักวิเคราะห์อยู่ในช่วงทบทวนปรับลดประมาณการกำไร และมูลค่าหุ้นของบริษัทจดทะเบียนทั้งปีนี้และปีหน้า หลังผลกระทบจากน้ำท่วมรุนแรงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ สัปดาห์แรกที่น้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรมที่ จ.พระนครศรีอยุธยา หุ้นที่ถูกปรับลด ได้แก่ หุ้นนิคมอุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์ชิ้นส่วน ยานยนต์และชิ้นส่วน เมื่อน้ำท่วมกลายเป็นวิกฤตประเทศไทย หุ้นที่ถูกปรับลดระลอกหลัง ได้แก่ กลุ่มสถาบันการเงิน อสังหาริมทรัพย์ บันเทิงและสันทนาการ สื่อที่เพิ่งงบโฆษณา ท่องเที่ยว ขนส่ง แม้กระทั่งกลุ่มค้าปลีกและวัสดุก่อสร้างยังถูกกระทบในระยะสั้น

อย่างไรก็ดี หลังน้ำลด การบูรณะซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและถนนหนทางครั้งใหญ่ จะส่งผลดีต่อหุ้น HMPRO GLOBALDCC TASCO SCC SCCC เป็นต้นส่วนหุ้นเด่นที่ปลอดภัยจากน้ำท่วมได้แก่ ADVANC DTAC INTUCH TUF BGH IVL และ KSL

สุดท้ายขอให้กำลังใจทุกท่าน ร่วมแรงร่วมใจกันฝ่าวิกฤตน้ำท่วมไปให้ได้ 

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน