posttoday
น้ำท่วมพัดทีวีจมโซเชียลมีเดียพุ่ง

น้ำท่วมพัดทีวีจมโซเชียลมีเดียพุ่ง

24 ตุลาคม 2554

เชื่อว่าคนไทยหลายล้านคนกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใจจดใจจ่อ โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ ที่น้ำกำลังจ่อหน้าปากประตูบ้าน

เชื่อว่าคนไทยหลายล้านคนกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใจจดใจจ่อ โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ ที่น้ำกำลังจ่อหน้าปากประตูบ้าน

รายการข่าวทางสถานีโทรทัศน์ถือเป็นรายการยอดนิยมในขณะนี้ สถานีโทรทัศน์หลายช่องมีเรตติ้งเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช่อง 3 ช่อง 7 ช่อง 9 รวมถึงไทยพีบีเอส หรือช่อง 5 ซึ่ง พล.ท.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) กล่าวว่า เรตติ้งรายการข่าวของช่อง 5 เพิ่มขึ้น 12% ในเดือน ก.ย. และเพิ่มขึ้น 10-50% ในบางช่วงเวลาของต้นเดือน ต.ค.

แต่ในความเป็นจริงเรตติ้งโดยรวมของแต่ละสถานีลดลง เพราะแม้คนจะเกาะติดหน้าจอทีวีมากขึ้น แต่ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นทำให้ทีวีหลายบ้านจมไปกับน้ำด้วย รวมถึงโทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิลทีวี

วรรณี รัตนพล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอพีจี มีเดีย แบรนด์ส กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น เรตติ้งของสถานีโทรทัศน์เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันหลายบ้านที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม การรับชมหายไป ทำให้เรตติ้งโดยรวมไม่เพิ่มขึ้นมากนัก

ขณะที่การใช้งบโฆษณาลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ที่อัตราการเติบโตลดลงจาก 10% ในเดือน ส.ค. เหลือ 5% ในเดือน ก.ย. และมีแนวโน้มว่าผู้ใช้งบโฆษณาจะชะลอการใช้เงินต่อเนื่องจนถึงไตรมาสแรกของปีหน้า จากปัญหาอุทกภัยที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

“ตอนนี้โฆษณาไป ก็ไม่มีคนซื้อ โฆษณาไปก็ไม่มีของจะขาย เพราะอุทกภัยที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นแม้คนจะดูทีวีมากขึ้น ก็โฆษณาไปก็ไม่มีประโยชน์” วรรณี กล่าว

เขมทัตต์ พลเดช ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักการตลาด บริษัท อสมท กล่าวว่า ตัวเลขการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ในช่วงนี้เดือน ก.ย.-ต.ค. 10% เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมทำให้ไม่สามารถขายสินค้าได้ตามปกติ จากการไม่สามารถผลิตและส่งสินค้าได้ จึงตัดงบโฆษณาเป็นลำดับแรก

อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าบางกลุ่มที่ใช้งบโฆษณาต่อเนื่อง เช่น ระบบมือถือเอไอเอส ทรู ที่ปรับตราสินค้าใหม่ ทำให้คาดการณ์ว่าไตรมาส 4 ของปีนี้ อัตราการเติบโตของโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์จะเติบโตไม่ถึง 10% จากก่อนช่วงน้ำท่วมอัตราการเติบโตมากกว่า 10%

“เชื่อว่ายังไงสื่อทีวียังเป็นสื่อหลัก ที่ผู้ใช้งบโฆษณายังต้องรักษาปริมาณการใช้งบเพื่อเข้าถึงคนส่วนใหญ่ รวมทั้งทีวีดาวเทียมและเคเบิลที่คนเกาะติดสถานการณ์ แต่บางสื่ออาจได้รับผลกระทบ เช่น บิลบอร์ดและวิทยุชุมชน แต่วิทยุคลื่นหลักจะแข็งแรงขึ้น” เขมทัตต์ กล่าว

เกษม อินทร์แก้ว นายกสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รายได้ของธุรกิจเคเบิลทีวีในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ลดลงราว 25% ทั้งระบบ เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการไม่สามารถให้บริการได้ในพื้นที่น้ำท่วม และต้องงดเว้นการเก็บค่าสมาชิก 36 เดือน เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบภัย

ขณะที่ผู้ให้บริการในพื้นที่ประสบภัย ทั้ง จ.ชัยนาท ลพบุรี ปทุมธานีและนนทบุรี คิดเป็นสัดส่วน 15% ของผู้ให้บริการประมาณ 500 รายทั่วประเทศ ซึ่งทางสมาคมจะหาแนวทางเพื่อช่วยเหลือสมาชิก รวมทั้งสนับสนุนในเรื่องอุปกรณ์ การวางระบบต่างๆ ที่ต้องรื้อและปรับปรุงใหม่หลังจากน้ำลด

วรสิทธิ์ ลีลาบูรณพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้งส์ ผู้ผลิตจานดาวเทียมพีเอสไอ กล่าวว่า การจำหน่ายจานดาวเทียมในช่วงน้ำท่วม มีปัญหาในเรื่องการขนส่งสินค้าเป็นหลัก อาจสะดุดในแง่ของการขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะในสินค้าใหม่อย่างจานโอเค ระบบเคยูแบนด์ แต่ในแง่ความต้องการจานดาวเทียมยังมีสูงมาก โดยจานเคยูแบนด์ “โอเค” มียอดจองถึง 1 แสนชุด

“ปัญหาตอนนี้ คือ ไม่สามารถส่งสินค้าได้ แต่ความต้องการจานดาวเทียมมีสูงมากทั้งภาคเหนือและภาคใต้ และเชื่อว่าหลังน้ำลดจะมีความต้องการมากขึ้น” วรสิทธิ์ กล่าว

ทั้งนี้ หลังน้ำลดบริษัทจะร่วมกับตัวแทนจำหน่ายในแต่ละพื้นที่เข้าไปตรวจสอบ เช็กสภาพอุปกรณ์การรับสัญญาณที่ได้รับความเสียหาย และจัดการเปลี่ยนให้กับผู้บริโภคทันที ซึ่งขณะนี้ยังยืนยันว่าจะทำยอดขายได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือ 2 แสนกล่องต่อเดือน หรือ 2.5 แสนกล่องต่อปี

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่สื่อหลักต่างได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่เกิดขึ้น แต่สื่อใหม่กลายเป็นทางที่เข้าถึงประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว อย่างเช่น ทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ก

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ ตลาดดอทคอม กล่าวว่า ในช่วงที่เกิดน้ำท่วม อัตราการทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ทะลุ 2.1 ล้านข้อความ จากปกติจะมีการทวีตข้อความ 1.5 ล้านข้อความต่อวัน หรือเพิ่มขึ้น 40% และมากกว่าครึ่งของข้อความที่ทวีตเป็นข้อความเกี่ยวกับน้ำท่วม หรือ #Thaiflood

นอกจากนี้ ในทวิตเตอร์ยังใช้เป็นเรียลไทม์ เสิร์ช หรือการค้นหาข้อความแบบทันทีได้อย่างรวดเร็ว และจะทำให้ได้ข้อมูลก่อนหน้า 2-3 ชั่วโมง เช่น ค้นหาคำว่าน้ำท่วม จะสามารถรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้เพียง 2-3 ชั่วโมง หากค้นหาจากกูเกิลจะได้ข้อมูลที่ช้ากว่า

“อย่างไรก็ตาม แม้สื่อใหม่อย่างทวิตเตอร์จะเป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วเมื่อเทียบกับสื่อดังกล่าว ขณะเดียวกันต้องระมัดระวังเรื่องแหล่งอ้างอิงและความถูกผิดของข้อมูลไว้ด้วย” ภาวุธ กล่าว  

 

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่