posttoday
กสิกรปลื้มเคโกลด์ETFยอดไอพีโอแน่น1.5พันล.

กสิกรปลื้มเคโกลด์ETFยอดไอพีโอแน่น1.5พันล.

21 ตุลาคม 2554

บลจ.กสิกรไทย เผยยอดขายกองทุนเค โกลด์ อีทีเอฟสูง 1,500 ล้านบาท จ่อเคาะซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ 28 ต.ค.นี้

บลจ.กสิกรไทย เผยยอดขายกองทุนเค โกลด์ อีทีเอฟสูง 1,500 ล้านบาท จ่อเคาะซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ 28 ต.ค.นี้

นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า กองทุนเปิดเค โกลด์ อีทีเอฟ (K-GOLD ETF : KG965) ซึ่งมีนโยบายลงทุนในทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศที่เปิดขายครั้งแรก (ไอพีโอ) เมื่อวันที่ 13-19 ต.ค.ที่ผ่านมา มียอดขายสูงถึง 1,497.30 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขายครั้งแรกได้สูงสุดเมื่อเทียบกับกองทุนอื่นๆ ของ บลจ.กสิกรไทย และนับเป็นกองทุน ETF ทองคำที่ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ขณะนี้ บลจ.กสิกรไทย อยู่ระหว่างการเร่งจัดสรรหน่วยลงทุนของกองทุนให้กับผู้จองซื้อ โดยคาดว่าจะจัดสรรหน่วยลงทุนได้ประมาณ 62 ล้านหน่วย ที่ราคาพาร์ หรือมูลค่าที่ตราไว้หน่วยละ 24.15 บาท พร้อมทั้งนำกองทุนเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ 28 ต.ค. 2554

“กระแสตอบรับที่ดีสะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มผู้ลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้สูงยังต้องการลงทุนเพื่อโอกาสจากสินทรัพย์ที่มีราคาเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องอย่างทองคำ และต้องการซื้อขายทำกำไรระหว่างวันในราคาที่เคลื่อนไหวใกล้เคียงกับราคาทองคำ 96.5% ในประเทศเสมือนซื้อทองคำแท่งจริง” นายพัชร กล่าว

นอกจากนี้ ลูกค้าส่วนใหญ่มีประสบการณ์จากการเก็งกำไรในทองคำมาแล้วผ่าน 3 พันธมิตรในธุรกิจทองคำที่ร่วมขายหน่วยลงทุน ได้แก่ บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส และบริษัท ออสสิริส ฟิวเจอร์ส ทำให้เชื่อมั่นว่าเมื่อกองทุนเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นแล้ว จะส่งผลให้ตลาด ETF ทองคำซื้อขายคึกคัก

ด้าน บลจ.บัวหลวง เปิดขายครั้งแรกของกองทุนเปิดบัวหลวงเชโกลด์อีทีเอฟ หรือ BCHAY ซึ่งมีนโยบายลงทุนในทองคำ 96.5% ในประเทศเช่นกัน ระหว่างวันที่ 14-20 ต.ค.นี้ โดยอยู่ระหว่างรวบรวมยอดจองซื้อ

น.ส.จารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการขายและการตลาด บลจ.แอสเซท พลัส กล่าวว่า บริษัทได้ปรับมุมมองจากเดิมที่คาดว่าปลายปีนี้อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ที่ 3.75% เป็นคงที่อยู่ในระดับ 3.50% จนถึงไตรมาส 2 ปี 2555 หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.50%

สำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ในช่วงตลาดมีความผันผวน บริษัทยังคงแนะนำให้ลงทุนตราสารหนี้ระยะสั้นๆ โดยในวันที่ 25 ต.ค.นี้ จะเปิดขายและรับซื้อคืนรอบใหม่ของกองทุนเปิดแอสเซท พลัส ทวีเงินออม 1 (ASP-MMF1) รอบการลงทุน 3 เดือน โดยรอบนี้จะลงทุนในพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย เงินฝากธนาคารภาครัฐและตั๋วแลกเงินธนาคารพาณิชย์ คาดว่าผลตอบแทนสุทธิอยู่ที่ 3.35% ต่อปี

นอกจากนี้ ในวันที่ 26 ต.ค. จะเปิดขายและรับซื้อคืนกองทุนเปิดพันธบัตรคุ้มครองเงินต้น 3M1 (GBF-3M1) รอบการลงทุน 3 เดือน โดยรอบนี้จะลงทุนในพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทยและเงินฝากธนาคารภาครัฐ และคาดว่าผลตอบแทนสุทธิ 3.15% ต่อปี

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน