
กสิกรปลื้มเคโกลด์ETFยอดไอพีโอแน่น1.5พันล.
บลจ.กสิกรไทย เผยยอดขายกองทุนเค โกลด์ อีทีเอฟสูง 1,500 ล้านบาท จ่อเคาะซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ 28 ต.ค.นี้
บลจ.กสิกรไทย เผยยอดขายกองทุนเค โกลด์ อีทีเอฟสูง 1,500 ล้านบาท จ่อเคาะซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ 28 ต.ค.นี้
นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า กองทุนเปิดเค โกลด์ อีทีเอฟ (K-GOLD ETF : KG965) ซึ่งมีนโยบายลงทุนในทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศที่เปิดขายครั้งแรก (ไอพีโอ) เมื่อวันที่ 13-19 ต.ค.ที่ผ่านมา มียอดขายสูงถึง 1,497.30 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขายครั้งแรกได้สูงสุดเมื่อเทียบกับกองทุนอื่นๆ ของ บลจ.กสิกรไทย และนับเป็นกองทุน ETF ทองคำที่ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ขณะนี้ บลจ.กสิกรไทย อยู่ระหว่างการเร่งจัดสรรหน่วยลงทุนของกองทุนให้กับผู้จองซื้อ โดยคาดว่าจะจัดสรรหน่วยลงทุนได้ประมาณ 62 ล้านหน่วย ที่ราคาพาร์ หรือมูลค่าที่ตราไว้หน่วยละ 24.15 บาท พร้อมทั้งนำกองทุนเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ 28 ต.ค. 2554
“กระแสตอบรับที่ดีสะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มผู้ลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้สูงยังต้องการลงทุนเพื่อโอกาสจากสินทรัพย์ที่มีราคาเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องอย่างทองคำ และต้องการซื้อขายทำกำไรระหว่างวันในราคาที่เคลื่อนไหวใกล้เคียงกับราคาทองคำ 96.5% ในประเทศเสมือนซื้อทองคำแท่งจริง” นายพัชร กล่าว
นอกจากนี้ ลูกค้าส่วนใหญ่มีประสบการณ์จากการเก็งกำไรในทองคำมาแล้วผ่าน 3 พันธมิตรในธุรกิจทองคำที่ร่วมขายหน่วยลงทุน ได้แก่ บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส และบริษัท ออสสิริส ฟิวเจอร์ส ทำให้เชื่อมั่นว่าเมื่อกองทุนเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นแล้ว จะส่งผลให้ตลาด ETF ทองคำซื้อขายคึกคัก
ด้าน บลจ.บัวหลวง เปิดขายครั้งแรกของกองทุนเปิดบัวหลวงเชโกลด์อีทีเอฟ หรือ BCHAY ซึ่งมีนโยบายลงทุนในทองคำ 96.5% ในประเทศเช่นกัน ระหว่างวันที่ 14-20 ต.ค.นี้ โดยอยู่ระหว่างรวบรวมยอดจองซื้อ
น.ส.จารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการขายและการตลาด บลจ.แอสเซท พลัส กล่าวว่า บริษัทได้ปรับมุมมองจากเดิมที่คาดว่าปลายปีนี้อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ที่ 3.75% เป็นคงที่อยู่ในระดับ 3.50% จนถึงไตรมาส 2 ปี 2555 หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.50%
สำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ในช่วงตลาดมีความผันผวน บริษัทยังคงแนะนำให้ลงทุนตราสารหนี้ระยะสั้นๆ โดยในวันที่ 25 ต.ค.นี้ จะเปิดขายและรับซื้อคืนรอบใหม่ของกองทุนเปิดแอสเซท พลัส ทวีเงินออม 1 (ASP-MMF1) รอบการลงทุน 3 เดือน โดยรอบนี้จะลงทุนในพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย เงินฝากธนาคารภาครัฐและตั๋วแลกเงินธนาคารพาณิชย์ คาดว่าผลตอบแทนสุทธิอยู่ที่ 3.35% ต่อปี
นอกจากนี้ ในวันที่ 26 ต.ค. จะเปิดขายและรับซื้อคืนกองทุนเปิดพันธบัตรคุ้มครองเงินต้น 3M1 (GBF-3M1) รอบการลงทุน 3 เดือน โดยรอบนี้จะลงทุนในพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทยและเงินฝากธนาคารภาครัฐ และคาดว่าผลตอบแทนสุทธิ 3.15% ต่อปี







