
สินค้า...ไฮเทค...ไปไม่เป็น ฮาร์ดดิสก์สมองกลจมน้
ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมหนักในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน และนวนคร จากเดิมที่คาดว่าจะสามารถสกัดกั้นน้ำไว้ได้
ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมหนักในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน และนวนคร จากเดิมที่คาดว่าจะสามารถสกัดกั้นน้ำไว้ได้
ส่งผลให้โรงงานฮาร์ดดิสก์ของบริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล หรือดับเบิลยูดี และบริษัท โตชิบา ได้รับผลกระทบต้องหยุดสายการผลิตโดยทันที รวมถึงยังมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งผลถึงโรงงานของบริษัท ซีเกท ต้องชะลอการผลิตบางส่วนไป เนื่องจากต้องรอสั่งชิ้นส่วนจากต่างประเทศเข้ามาทดแทน
ถือเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์สำหรับประเทศไทย เพราะทั้งหมดคือฐานการผลิตหลักของโลกที่กินส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 60% โดยเฉพาะดับเบิลยูดีที่ผลิตฮาร์ดดิสก์ขนาด 2.5 นิ้ว ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของโน้ตบุ๊ก
รายงานผลกระทบจากดับเบิลยูดี ระบุว่า ปัญหาน้ำท่วมกระทบระบบโครงสร้างพื้นฐานของพื้นที่ รวมถึงระบบการขนส่ง ระบบสาธารณูปโภค และระบบการผลิตของซัพพลายเออร์บางราย รวมทั้งกระทบที่อยู่อาศัยพนักงานบริษัท จึงระงับการผลิตชั่วคราว ซึ่งการผลิตจนถึงวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา โรงงานดับเบิลยูดีในไทยและมาเลเซียผลิตฮาร์ดดิสก์ส่งออกประมาณ 54 ล้านยูนิต โดย 60% ผลิตจากโรงงานในไทย ซึ่งชิ้นส่วนประกอบสำหรับผลิตได้รับการผลิตป้อนโดยซัพพลายเออร์ในท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก คาดว่าเบื้องต้นจะมีการย้ายการผลิตไปโรงงานในมาเลเซียเพื่อทดแทนในระยะสั้น
ด้านโรงงานผลิตของบริษัท ซีเกท ตั้งอยู่ที่ จ.นครราชสีมา ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่เนื่องจากซัพพลายเออร์ที่โรงงานในนวนครและบางปะอินไม่สามารถจัดส่งชิ้นส่วนประกอบได้ ทำให้ต้องสั่งจากต่างประเทศมาทดแทน ทำให้กำลังการผลิตมีการชะลอไปบางส่วน
ถกล นิยมไทย ผู้จัดการประจำประเทศ ส่วนธุรกิจไอที บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ เปิดเผยว่า โรงงานฮาร์ดดิสก์ของโตชิบาที่นวนครได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมบางพื้นที่เท่านั้น โรงงานมีการวางแผนรับมือเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น แต่ก็ต้องหยุดสายการผลิตไปจนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย ทำให้คาดว่าในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า จะมีปัญหาสินค้าขาดแคลน ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะกระทบโดยตรงถึงตลาดโน้ตบุ๊กทุกแบรนด์ และฮาร์ดดิสก์แบบต่อภายนอก คล้ายกับเหตุการณ์ที่ญี่ปุ่นเจอปัญหาสึนามิ
ขณะที่ผลกระทบต่อโตชิบา แม้ว่าบางจังหวัดน้ำจะไม่ท่วม แต่ไม่สามารถส่งสินค้าได้ ทำให้ยอดขายสินค้าในช่วงนี้ลดลงไป 20-30% อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4 บริษัทยังหวังยอดขายในงานคอมมาร์ตเดือน พ.ย.นี้ โดยจะพยายามจะอัดโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขาย โดยยอดขายทั้งปียังวางไว้ที่4,000 ล้านบาท โดยเป็นสินค้าโน้ตบุ๊ก 2.4แสนเครื่อง
จากการประเมินสถานการณ์ในเบื้องต้น คาดว่าภัยน้ำท่วมจะทำให้ตลาดไอทีโดยรวมหดตัว 10-15% ขณะที่ตลาดโน้ตบุ๊กอาจจะหดตัวลง 15-20% ขึ้นกับว่าหลังน้ำท่วมจะเร่งผลิตสินค้าออกมาป้อนตลาดได้ทันหรือไม่
นอกจากนี้ การขาดแคลนฮาร์ดดิสก์ยังกระทบสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ที่ใช้ฮาร์ดดิสก์เป็นส่วนประกอบสำคัญเก็บข้อมูล รวมถึงอุตสาหกรรมรถยนต์ด้วย ถือเป็นผลเสียต่ออุตสาหกรรมการส่งออกโดยรวมของประเทศ
บุญชัย เงาวิศิษฏ์กุล รองผู้อำนวยการผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมหนักในปีนี้กระทบกับธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอทีทั้งหมด และยังส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อสินค้า เชื่อว่าจะกระทบตลาดรวมแน่ตั้งแต่ปลายเดือน ส.ค.เป็นต้นไป แต่ต้องรอดูการประเมินอีกครั้งว่าจะมากน้อยเพียงใด สำหรับเอเซอร์ยอดขายลดลงประมาณ 5% เท่านั้น ถือว่าน้อยกว่าแบรนด์อื่นๆ อาจเป็นเพราะผู้บริโภคมีความมั่นใจ
ขณะที่ผลกระทบอุตสาหกรรมโดยรวมจากการปิดโรงงานฮาร์ดดิสก์ที่นวนคร คาดว่า 1-2 เดือนแรกจะยังไม่เห็นผลเท่าไร แต่หลังจากเดือน พ.ย.เป็นต้นไป จะกระทบกับการผลิตโน้ตบุ๊กทุกแบรนด์ทั่วโลก ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ต้องย้ายการผลิตไปโรงงานประเทศอื่น ส่งผลให้ต้นทุนอาจปรับตัวสูงขึ้น
กฤตวิทย์ กฤตยเรืองโรจน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มคอนซูเมอร์ ประจำภาคพื้นเอเชียใต้ บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ผลกระทบภาพรวมมีแน่ ขณะนี้เดลล์มีตัวแทนจำหน่ายโดนกระทบประมาณ 30% ซึ่งกำลังประชุมหาทางช่วย และเชื่อว่าช่วงคอมมาร์ตน่าจะมีการทำโปรโมชันแข่งขันที่รุนแรงขึ้น เพื่อกระตุ้นให้ตลาดกลับมาตามปกติ รวมถึงหามาตรการช่วยเหลืออื่นๆ ด้วย
วิกร วิวิธคุณาภรณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดีคอมพิวเตอร์ ผู้ค้าส่งสินค้าไอทีรายใหญ่ เปิดเผยว่า ผลกระทบจากน้ำท่วมจะส่งผลต่อตลาดไอทีและตลาดคอมพิวเตอร์โดยรวมอย่างแน่นอน โดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์ที่อาจขาดตลาดอย่างรุนแรงในช่วงปลายปี อาจมีการเพิ่มหรือย้ายกำลังการผลิตไปประเทศอื่นชั่วคราว แต่เชื่อว่าประเทศไทยจะยังเป็นฐานการผลิตฮาร์ดดิสก์ของโลกต่อไป เพราะผู้ผลิตได้มีการลงทุนไปมากแล้ว และเหตุการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมก็เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ถือเป็นบทเรียนให้รัฐบาลต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีกในปีต่อไป เพื่อรักษาระดับการลงทุนและรักษาฐานการผลิตอุตสาหกรรมต่างๆ ไว้
นายวีระ อิงค์ธเนศ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอสวีโอเอ ผู้จำหน่ายคอมพิวเตอร์แบรนด์ เอสวีโอเอ กล่าวว่า แม้โรงงานผลิตอุปกรณ์และชิ้นส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์จะได้รับผลกระทบ แต่คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ใช้ชิ้นส่วนจากต่างประเทศ และมีกระบวนการผลิตที่โรงงานในต่างประเทศ เช่น จีน ไต้หวัน ดังนั้นส่วนนี้จึงไม่มีปัญหา แต่ฮาร์ดดิสก์ซึ่งกำลังการผลิตส่วนใหญ่ของโลกอยู่ในประเทศไทย ทั้งดับบลิวดีและซีเกทถือเป็นผลกระทบหลักกับตลาดคอมพิวเตอร์
ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องหาวิธีแก้ปัญหาน้ำท่วมที่จริงจังเป็นรูปธรรม เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา หากมีการย้ายฐานผลิตไปประเทศอื่น คนต้องตกงานเป็นแสน เชื่อได้ว่ารัฐบาลคงอยู่ไม่ได้แน่







