
แบงก์ดาหน้าอุ้มลูกหนี้สารพัด
หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา ไม่พอใจกับมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา ไม่พอใจกับมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ของธนาคารพาณิชย์ ถึงแม้ว่าจะมีการผ่อนปรนการชำระหนี้และยืดชำระหนี้ รวมทั้งให้เงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่อง แต่ก็ยังมีการคิดอัตราดอกเบี้ยอยู่
ถึงขนาดที่ ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง ได้กล่าวกับนายกรัฐมนตรีว่า ยังไม่พอใจกับมาตรการช่วยเหลือ ธนาคารพาณิชย์น่าจะทำได้มากกว่านี้ มาตรการที่ออกมาเบาไป อยากจะให้ธนาคารพาณิชย์ลดอัตราดอกเบี้ย 0% ให้เป็นหลักเกณฑ์เดียวกับธนาคารของรัฐ
ในที่สุดธนาคารพาณิชย์ต้องปรับมาตรการการเยียวยาลูกค้าที่ได้รับผลกระทบใหม่อีกรอบ
ธนาคารกรุงไทย เพิ่มมาตรการช่วยเหลือด้วยการพักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยนาน 6 เดือน ส่วนลูกค้าเอสเอ็มอีและรายย่อยที่ไม่มีรายได้ ธนาคารคิดดอกเบี้ย 0% พร้อมพักชำระเงินต้นนาน 3 เดือน
นอกจากนี้ ยังได้ปรับ 7 มาตรการช่วยเหลือเดิม โดยขยายเวลาให้ดอกเบี้ยอัตราต่ำพิเศษเป็น 3 ปี และยืดระยะชำระหนี้เป็น 7 ปี
สำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อบุคคลนั้น ธนาคารพักชำระหนี้วงเงินกู้แบบมีระยะเวลาทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นระยะเวลา 6 เดือน หลังจากนั้นสามารถทยอยผ่อนชำระดอกเบี้ยที่พักแขวนไว้ สูงสุดภายใน 24 เดือน
ส่วนลูกค้าเอสเอ็มอีและรายย่อยที่ไม่มีรายได้ สามารถเลือกพักชำระหนี้นาน 3 เดือน โดยธนาคารไม่คิดดอกเบี้ย ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจประเภทเงินทุนหมุนเวียนที่มีเอกสารประกอบ ทั้งที่เป็นเม็ดเงินและภาระผูกพัน ธนาคารจะพิจารณาต่อตั๋วออกไปอีก 6 เดือน โดยไม่ต้องมีเอกสารประกอบ
ธนาคารกรุงไทยยังได้ปรับมาตรการเงินกู้กรุงไทยสู้อุทกภัย สำหรับลูกค้าที่มีวงเงินสินเชื่อกับธนาคารและได้รับผลกระทบ โดยขยายระยะเวลาให้ดอกเบี้ยพิเศษในอัตราเอ็มแอลอาร์ลบ 1% ต่อปี จาก 1 ปี เป็น 3 ปี และขยายการผ่อนชำระจาก 5 ปี เป็น 7 ปี
ส่วนมาตรการเงินทุนหมุนเวียนกรุงไทยสู้อุทกภัย ที่ลูกค้าต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติม ธนาคารได้ลดดอกเบี้ยในปีแรกลงเหลืออัตราเอ็มโออาร์ลบ 2.5% ต่อปี
ขณะเดียวกันกรุงไทยยังได้ขยายการช่วยเหลือไปยังลูกค้าสินเชื่อของธนาคาร ซึ่งคู่ค้าที่มียอดค้าขายระหว่างกันไม่น้อยกว่า 50% ได้รับผลกระทบทางตรงจากอุทกภัย โดยสามารถขอรับความช่วยเหลือได้ จากเดิมที่ให้ความช่วยเหลือเฉพาะลูกค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเท่านั้น
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า เหตุอุทกภัยร้ายแรงในหลายพื้นที่ได้สร้างความเสียหายแก่ลูกค้าและประชาชนจำนวนมาก ธนาคารกรุงไทยได้ออก 7 มาตรการ เพื่อเยียวยาและช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบภัยทั้งลูกค้าธุรกิจและลูกค้ารายย่อยในทันที เนื่องจากสถานการณ์ยังมีความรุนแรง จึงเพิ่มมาตรการให้ความช่วยเหลือ พร้อมปรับ 7 มาตรการเดิม ด้วยการขยายความช่วยเหลือไปยังลูกค้าของธนาคารที่คู่ค้าได้รับความเสียหายด้วย
ธนาคารทิสโก้ ศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทิสโก้ กล่าวว่า ธนาคารได้มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเช่าซื้อรถยนต์ที่ประสบความเดือดร้อนด้วยการ
1.การยกเว้นค่าปรับล่าช้าและค่าติดตามทวงถาม ในช่วงเวลาที่เกิดภัยพิบัติสำหรับลูกค้าที่ประสบภัย จนเป็นเหตุให้มีความสามารถในการชำระค่างวดลดลง
2.การพิจารณาปรับโครงสร้างหนี้โดยการขยายระยะเวลาชำระหนี้และลดค่างวดลง
3.การพิจารณามาตรการพักชำระหนี้ให้ลูกค้าทุกรายที่ประสบอุทกภัยเป็นเวลา 3 เดือน ในกรณีที่ลูกค้าได้รับผลกระทบรุนแรง จนไม่มีความสามารถชำระหนี้ในช่วงเวลาหนึ่ง เจ้าหน้าที่ธนาคารจะเข้าไปให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดเป็นรายๆ ไป เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมกับลูกค้ารายนั้นๆ มากที่สุด
กรณีที่ลูกค้าเช่าซื้อมีทรัพย์สินหรือธุรกิจได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม จะพิจารณาให้วงเงินสินเชื่อเพิ่ม หากลูกค้าต้องการวงเงินฉุกเฉินสำหรับไปใช้สอยในช่วงวิกฤตที่เกิดขึ้น โดยคิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก และช่วงแรกชำระแต่ส่วนดอกเบี้ยเท่านั้น
ธนาคารเกียรตินาคิน ได้ปรับมาตรการช่วยเหลือรอบใหม่ ในส่วนของลูกค้าเช่าซื้อรถยนต์และวงเงินพิเศษส่วนบุคคล พักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยออกไปสูงสุด 6 เดือน ยกเว้นเบี้ยปรับในช่วงของการให้มาตรการช่วยเหลือ
ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจและลูกค้าผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้น ธนาคารจะมีการพิจารณาให้เหมาะสมเป็นรายๆ นอกจากนี้ยังได้เตรียมวงเงินกู้พิเศษเพื่อช่วยเหลือลูกค้าใช้ในการฟื้นฟูกิจการหรือเป็นวงเงินหมุนเวียนในธุรกิจ
ธวัชไชย สุทธิกิจพิศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคิน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ถือเป็นวิกฤตของประเทศ ที่คนไทยทุกคนและทุกองค์กรต้องร่วมมือร่วมใจกันช่วยแก้ไขปัญหา ลูกค้าที่เดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อธนาคารได้
ธนาคารกรุงเทพ ออกมาตรการใหม่ด้วยการหยุดคิดดอกเบี้ยชั่วคราว เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบภัยน้ำท่วม ลูกค้าบัตรเครดิต จะได้ผ่อนผันให้ลดยอดขั้นต่ำที่ต้องชำระเหลือเพียง 0-10% และลดอัตราดอกเบี้ยลงจากอัตราปกติ 50% จนถึงสิ้นเดือน มิ.ย. 2555 หากลูกค้ายังคงประสบปัญหาจะพิจารณาขยายระยะเวลาการคิดดอกเบี้ยในอัตราพิเศษนี้ออกไปอีก 6 เดือน
ลูกค้าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย จะผ่อนผันให้ชำระเฉพาะดอกเบี้ยนานสูงสุด 12 เดือน หรือปรับลดยอดการผ่อนชำระรายเดือนลงสูงสุด 40% เป็นเวลา 1 ปี เพิ่มเติมจากที่เคยประกาศให้สินเชื่อเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษในปีแรก 5% และเป็นอัตราดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ในปีถัดไป โดยสามารถผ่อนชำระสินเชื่อที่กู้เพิ่มได้สูงสุด 5 ปี
เดชา ตุลานันท์ รองประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ในเวลาคับขันอย่างนี้ทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้ปัญหามากกว่ามาโต้เถียงกัน แต่ตามเกณฑ์ของ ธปท.ปัจจุบัน เรายังไม่สามารถลดดอกเบี้ยเหลือ 0% ได้ หากลูกค้าไม่จ่ายดอกเบี้ยก็จะกลายเป็นเอ็นพีแอล
ดังนั้น อาจจะต้องมีการยกเว้นข้อกำหนดบางอย่างให้กับธนาคาร และยืนยันว่ามาตรการช่วยเหลือลูกค้าในปัจจุบันของธนาคาร ยังเพียงพอรองรับความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ โดยพร้อมเพิ่มความยืดหยุ่นเงื่อนไขต่างๆ เพิ่มเติมตามสถานการณ์
บัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้าบางรายด้วยการไม่คิดดอกเบี้ยอยู่แล้ว โดยพิจารณาจากขนาดความเสียหายที่ลูกค้าได้รับ
อย่างไรก็ตาม คงไม่สามารถให้เงื่อนไขดังกล่าวกับลูกค้าทุกรายได้ ทั้งนี้ธนาคารไม่ได้ตั้งวงเงินช่วยเหลือลูกค้าเอาไว้ตายตัว แต่จะปรับเพิ่มขึ้นตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
“การช่วยเหลือต้องดูตามดีกรีที่ลูกค้าได้รับผลกระทบ ไม่ใช่ให้ดอกเบี้ย 0% ทั้งหมด ดูเป็นรายกรณีไป ไม่อย่างนั้นคนที่แค่น้ำท่วมเท้าก็เข้าเกณฑ์ด้วย” บัณฑูร กล่าว







