
ทิศขับเคลื่อนขายตรงโลกดิจิตอลสร้างโอกาสมหาศาล
ในการประชุมขายตรงโลก 2011 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศตุรกี ระหว่างวันที่ 57 ต.ค.ที่ผ่านมา
ในการประชุมขายตรงโลก 2011 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศตุรกี ระหว่างวันที่ 57 ต.ค.ที่ผ่านมา
ที่จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ ตะวันออกพบตะวันตก (East Meets West) แสดงให้เห็นภาพชัดเจนของทิศทางธุรกิจขายตรงทั่วโลก
นั่นคือการเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีที่พัฒนาก้าวล้ำมากขึ้นทุกวันและมุ่งปรับตัวให้สอดคล้องและเท่าทัน โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการทำธุรกิจ
แนวโน้มนี้สะท้อนผ่านผู้บริหารระดับสูงของยักษ์ขายตรงระดับโลก 5 ราย ได้แก่ แอนเดรีย จุง ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอวอน โปรดักส์ และอดีตประธานสมาพันธ์การขายตรงโลก ดั๊ก เดอโวส ประธานบริษัท แอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น
แมกนัส บรานน์สตรอม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ออริเฟลม คอสเมติกส์ อเลสซานโดร คาร์ลุชชี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เนทูร่าคอสเมติกส์ เอส.เอ. ในฐานะประธานสมาพันธ์การขายตรงโลกคนปัจจุบัน และทรูแมน ฮันท์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส
เริ่มจากวิสัยทัศน์ของแอนเดรีย จุง ที่กล่าวว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก ทำให้ขายตรงเป็นทางออกสำคัญของคนว่างงานและมองหาธุรกิจและต่อเนื่องมาถึงปีนี้ ขณะที่ในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป มีการนำเทคโนโลยีดิจิตอล อินเทอร์เน็ตมาใช้อย่างแพร่หลาย ยังเป็นอีกโอกาสสำคัญของธุรกิจขายตรงที่จะนำเทคโนโลยีมาเอื้อต่อการประกอบธุรกิจเพื่อให้เข้าถึงลูกค้าโดยตรงได้มากขึ้น
“50 ปีก่อนคนฟังสื่อวิทยุ 15 ปีก่อนโทรทัศน์เข้ามามีบทบาท แต่หลังจากอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาท สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ภายใน 3 ปีเท่านั้น เห็นได้จากเอวอนที่ใช้เวลาเพียง 3 เดือนสามารถเข้าถึงลูกค้าได้นับล้านคน” จุง กล่าว
นอกจากนี้ ธุรกิจขายตรงยังต้องให้ความสำคัญกับการสร้างมาตรฐานและหลักจริยธรรมในการประกอบธุรกิจ ซึ่งเป็นสิ่งที่สมาพันธ์การขายตรงโลกให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันสมาชิกของสมาพันธ์ 70% ได้ลงนามพันธสัญญาจริยธรรมแล้ว
อเลสซานโดร คาร์ลุชชี กล่าวว่า เป้าหมายนับจากนี้จะมุ่งสร้างความแข็งแกร่งของสมาพันธ์การขายตรงโลก การบังคับใช้กฎระเบียบด้านจริยธรรม และเสริมสร้างการใช้นวัตกรรมในธุรกิจขายตรง
“เราอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ในยุคของดิจิตอล โซเชียลมีเดีย ที่เข้ามามีบทบาทอย่างมาก เป็นการเปิดโอกาสให้ขายตรงสามารถเข้าถึงผู้บริโภคอย่างใกล้ชิดมากขึ้น และเป็นโอกาสในการนำเสนอสินค้า ซึ่งจะทำให้ธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง” คาร์ลุชชี กล่าว
ขณะที่ ดั๊ก เดอโวส จากแอมเวย์ บอกว่า การเป็นแบรนด์ระดับโลกของแอมเวย์ ทำให้ต้องทำงานด้วยการมุ่งเชื่อมโยงความแตกต่างของวัฒนธรรมในแต่ละประเทศ และมองหาความคล้ายคลึงกัน นั่นคือความต้องการของมนุษย์และเสนอโอกาสทางธุรกิจให้
การขับเคลื่อนของแอมเวย์ในการเกาะกระแสดิจิตอล คือการพัฒนาเว็บไซต์แอมเวย์เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพทั่วโลก โดยการนำ โกลบอลเว็บ แบรนด์เซ็นเตอร์ที่พัฒนาเป็นรูปแบบเดียวกันทั่วโลก และมีระบบประมวลผลแบบเรียลไทม์ ทำให้นักธุรกิจแอมเวย์ทุกมุมโลกสามารถใช้เว็บไซต์ที่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ซึ่งเริ่มใช้ในสหรัฐแล้ว และอีก 23 ปีจะใช้ประเทศไทย
ด้านนูสกิน ทรูแมน ฮันท์ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้คนให้รับการยอมรับแบรนด์สินค้าในระดับที่ต่างกัน เช่น วอลมาร์ต แมคโดนัลด์ อีเกีย จะได้รับการยอมรับในการเป็นสินค้าพื้นฐาน ต่อมาเป็นเรื่องของความปลอดภัยอย่างแบรนด์รถยนต์ สินค้าอุปโภคบริโภค เช่น พีแอนด์จี ตามด้วยระดับของแบรนด์ที่เป็นมิตร อย่าง เฟซบุ๊ก อีเบย์ ดิสนีย์ ขณะที่ขายตรงต้องมุ่งสู่การเป็นแบรนด์ที่ผู้คนยอมรับในทุกด้าน รวมไปถึงการเชื่อมั่นและความนับถือ
แมกนัส บรานน์สตรอม แห่งออริเฟลมฯ ที่เชื่อมั่นว่าการประสบความสำเร็จจะเกิดจากความเชื่อมั่นในธุรกิจ การบริหารจัดการตามกฎระเบียบ และการปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงของโลก
ที่สำคัญคือในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยี จะเป็นโอกาสสำคัญและน่าตื่นเต้นจากความได้เปรียบที่ผู้บริโภคสามารถมองหาและซื้อสินค้าได้ทันทีทางโลกออนไลน์ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้นักธุรกิจมานำเสนอ ขณะที่นักธุรกิจเองจะช่วยการให้คำปรึกษาด้านสินค้าเพื่อกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจ
ปิดท้ายด้วยเดอโวส ที่กล่าวอย่างมั่นใจว่า เทคโนโลยีจะเข้ามาเสริมอำนาจ ยุคดิจิตอลจะเป็นทรัพยากรสำคัญที่จะเข้าถึงตัวบุคคลได้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งถือเป็นโอกาสมหาศาลนับจากนี้







