
พาณิชย์หวนพาไก่ไทยบุกตลาด‘คูเวต’
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยว่า ได้เข้าพบหอการค้าและองค์กรด้านการเกษตรและสินค้าประมงของคูเวต โดยขอให้ทั้งสององค์กรสนับสนุนให้รัฐบาลคูเวตนำเข้าไก่จากไทย หลังจากที่คูเวตหยุดการนำเข้าไก่ไทยมานานกว่า 5 ปี หรือตั้งแต่ปี 2548 หลังจากไทยประสบปัญหาไข้หวัดนกระบาดในประเทศ รวมทั้งปัญหาทางด้านกฎระเบียบทางการค้า จนทำให้ไม่มีการนำเข้าไก่ทุกชนิดจากไทย
“
คูเวตหยุดนำเข้าไก่จากไทยทั้งไก่สด ไก่ปรุงสุก ทำให้ไทยเสียตลาดให้กับบราซิลทั้งหมด โดยในปี 2548 คูเวตนำเข้าไก่จากไทยคิดเป็นสัดส่วน 10% มูลค่า 8.4 ล้านเหรียญสหรัฐ จากมูลค่าการนำเข้ารวม 76 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ขณะนี้การนำเข้าได้เพิ่มขึ้นเป็น 140150 ล้านเหรียญสหรัฐแล้ว จึงเป็นตลาดน่าสนใจ” นางศรีรัตน์ กล่าวทั้งนี้ ทางหอการค้าและองค์กรด้านเกษตรและสินค้าประมงของคูเวต ตอบรับที่จะผลักดันให้ไก่ไทยเข้าคูเวตให้ได้ โดยขอให้ไทยส่งข้อมูลเพิ่มเติมเข้ามา ดังนั้นกรมจะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอข้อมูลยืนยันว่าไก่ไทยได้มาตรฐานฮาลาล และได้รับการรับรองจากองค์กรสุขภาพสัตว์ระหว่างประเทศว่าปลอดภัยจากเชื้อไข้หวัดนกแล้ว มาเป็นเวลานานเกินกว่า 3 เดือนแล้ว จึงสามารถส่งออกไก่มายังตลาดอื่นในกลุ่มอ่าวอาหรับ (จีซีซี) เช่น บาห์เรน และสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (ยูเออี) ได้
พร้อมกันนี้ ไทยจะจัดส่งข้อมูลเพิ่มเติมชี้แจงไปยังสำนักงานเลขาธิการกลุ่มประเทศจีซีซี และจะเชิญตัวแทนผู้นำเข้า รวมถึงกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมคูเวต ซึ่งเป็นหน่วยงานนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น เพื่อไปร่วมงานแสดงสินค้าอาหาร (THAI FEX) 2010 ที่จะจัดขึ้นประมาณเดือนพ.ค. ของทุกปี โดยจะใช้โอกาสนี้เชิญเจ้าหน้าที่ของคูเวตที่ทำงานเกี่ยวกับทางด้านความปลอดภัยอาหาร ตรวจโรงานไก่ในประเทศไทย
นางศรีรัตน์ กล่าวว่า ได้ตั้งเป้าหมายส่งออกสินค้าไทยไปตลาดคูเวตปี 2553 เพิ่มขึ้น 15% และเพิ่มเป็น 25% ในปี 2554 ซึ่งกรมจะพยายามผลักดันให้การส่งออกสินค้าไปยังตลาดคูเวตเป็นไปตามเป้าหมาย เพราะคูเวตเป็น 1 ใน 3 ของกลุ่มจีซีซี ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ในตลาดดูไบ นอกเหนือจากกาตาร์และอาบูดาบี (DUBAI CRISIS)เพราะเป็นประเทศที่มีรายได้จากน้ำมันและทรัพยากรธรรมชาติ ประชากรทั้งหมด 3 ล้านคน มีรายได้ต่อหัว ปีละ 4 หมื่นเหรียญสหรัฐต่อคนต่อปี และขณะนี้รัฐบาลคูเวตกำลังมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ 5 ปี งบประมาณ 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสร้างระบบสาธารณูปโภค ซึ่งนอกจากจะส่งผลดีกับการส่งออกสินค้าอาหารแล้ว ตลาดคูเวตยังมีความต้องการนำเข้าสินค้าเสื้อผ้า เครื่องประดับ อะไหล่รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ และธุรกิจบริการทั้ง ภัตราคาร ท่องเที่ยว บริการสปา และสุขภาพ ก่อสร้าง จึงเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงสำหรับสินค้าไทย
“หลังจากกลับคูเวต กรมฯจะปรับแผนการผลักดันไปตลาดคูเวตเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมเพิ่มลงไปในตลาดแห่งนี้ เช่น งานแสดงสินค้า รวมทั้งการหาช่องทางที่จะทำให้สินค้าไทยขายผ่านคูเวตโดยตรง จากเดิมต้องผ่านประเทศที่สาม”






