posttoday
การเก็บภาษีคนรวยเพิ่มผู้เสียภาษีอย่างไหนดีกว่ากัน

การเก็บภาษีคนรวยเพิ่มผู้เสียภาษีอย่างไหนดีกว่ากัน

18 ตุลาคม 2554

ผมได้อ่านข่าวทราบว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หลังจากการพิจารณาเรื่องการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลแล้ว

ผมได้อ่านข่าวทราบว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หลังจากการพิจารณาเรื่องการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลแล้ว

โดย..กิติพงค์ อุรพีพัฒนพงค์

กำลังพิจารณาการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอยู่ โดยอาจเพิ่มการหักค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล แต่จะลดเรื่องการหักลดหย่อนจำนวน 22 รายการลงเพื่อไม่ให้คนมีเงินได้สูง หรือคนรวยได้เปรียบ โดยไม่ได้พูดถึงการปรับอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแต่อย่างใด ก็จะกลายเป็นว่ารัฐบาลกำลังอาจจะคิดเก็บภาษีเงินได้จากคนรวยอีกตามรอยโอบามา

ดังนั้น ผมคิดว่าการลดค่าลดหย่อนลงเพียงเพื่อการมุ่งเก็บภาษีคนจำนวน 2 ล้านคนหรือบุคคลธรรมดาจำนวน 6 หมื่นคน ที่เสียภาษีในอัตรา 37% เพิ่มขึ้น จะทำให้ฐานรายได้เพิ่ม น่าจะเป็นความคิดที่ผิด ผมกำลังจะบอกว่าประเด็นสำคัญที่การเพิ่มฐานคนเสียภาษีต่างหากเป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะเมื่อมีการเพิ่มฐานผู้เสียภาษี โดยมีอัตราภาษีที่ลดลงย่อมจะทำให้รัฐบาลได้ภาษีมากขึ้น ในระยะยาวผมจึงขอเรียนเสนอประเด็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มเติมดังนี้

(1) แก้ไขกฎหมายให้ทุกคนยื่นแบบเสียภาษี ไม่ว่าจะมีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้หรือไม่ เพื่อให้ทุกคนเข้ามาอยู่ในระบบ โดยมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและบัตรประชาชนในลักษณะการทำบัตรสมาร์ตการ์ดเหมือนกันหมด (รวมทั้งบัตรประชาชน บัตรผู้เสียภาษี หรือแม้แต่หนังสือเดินทาง บัตรทอง ฯลฯ) โดยให้อยู่ในใบเดียวกันและใช้ข้อมูลซึ่งกันและกันได้ ทำไมรัฐบาลไม่นำงบประมาณการทำบัตรต่างๆ และระบบคอมพิวเตอร์ของแต่ละกระทรวงมารวมกัน และใช้เพียงบัตรเดียวแก้ปัญหาทุกอย่าง

เพราะถ้าทุกคนอยู่ในระบบภาษี และรัฐบาลมีการหัก ณ ที่จ่ายต่างๆ การหักค่าลดหย่อนต่างๆ ก็สามารถนำไปสู่การตรวจสอบภาษีของผู้มีเงินได้ที่อยู่ในระบบได้ และให้ความช่วยเหลือได้

(2) กำหนดให้สิทธิประโยชน์ผู้เสียภาษีเงินได้ที่ได้ยื่นแบบในหลายกรณีเป็นการให้กู้เงินดอกเบี้ยต่ำจากสถาบันการเงินของรัฐ การให้สิทธิรักษาพยาบาล การชดเชยของรัฐให้แก่ผู้เสียภาษีเมื่อกรณีธุรกิจเกิดปัญหา เช่น น้ำท่วม เมื่อให้สิทธิก็ต้องส่งเสริมให้ทุกคนทราบว่าการเสียภาษีเงินได้เป็นหน้าที่ของทุกคน และมีสิทธิประโยชน์จากการเสียภาษีเงินได้ด้วย

(3) ลดอัตราภาษีเงินได้ลงมาในมาตรฐานของอาเซียน โดยอัตราสูงสุดควรไม่เกินร้อยละ 25 และให้เพิ่มการหักค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อนตามจริง โดยไม่เกิน 30% ของเงินได้ โดยให้หาใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีมาใช้เพื่อกรมสรรพากรจะไปตรวจสอบได้ เช่น ค่าเช่า ค่าซื้อยานพาหนะ ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ฯลฯ และที่เหลืออีก 10% เป็นการส่งเสริมการออม โดยการซื้อประกันชีวิต การซื้อบ้านหลังแรก ที่เหลือ 40% จึงนำมาเสียภาษีเงินได้

(4) บังคับใช้การตรวจสอบและประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่มีทรัพย์สินมากๆ แต่ไม่เคยเสียภาษีเงินได้หรือเสียน้อยมาก โดยใช้หลักการตามมาตรา 49 ของประมวลรัษฎากรที่เรียกว่า Net Worth ซึ่งหากมีการประเมินผลที่บุคคลเหล่านี้ต้องพิสูจน์ว่าการได้มาซึ่งทรัพย์สินของตนเองนั้นเอาเงินมาจากไหน แล้วทำไมยังไม่เสียภาษี หรือเสียภาษีน้อยลง ผมก็เคยเขียนบทความเรื่องนี้นานมาแล้ว โอกาสหน้าจะนำมาเขียนอีก ในอดีตกรมสรรพากรเคยใช้กลไกมาตรการภาษี ประเมินภาษีนักการเมือง กรมสรรพากรควรใช้มาตรการประเมินภาษีอย่างจริงจัง โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกโยกย้าย

มาตรการการประเมินภาษีจะมีประโยชน์ 2 ข้อ คือ (1) ป้องกัน ปราบปรามผู้ทุจริต นักการเมือง ข้าราชการ ร่ำรวยมากมายโดยผิดปกติ

และ (2) ตรวจสอบผู้หนีภาษีหรือเสียภาษีน้อยไป เช่น บรรดาผู้ที่มีรถยนต์ราคา 10-30 ล้านบาท (ผมเคยทราบว่ากรมสรรพากรเคยตรวจสอบผ่านกรมการขนส่งทางบก แต่พบว่าเจ้าของมักเป็นลูกหลานนักการเมือง จึงไม่กล้าประเมิน) มีบ้านราคา 50-100 ล้านบาท (โดยเฉพาะนักการเมือง) แต่เสียภาษีน้อยมาก วิธีนี้จะทำให้รัฐได้ภาษีมากขึ้น

ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศเป็นนโยบายเลยครับ

(5) เก็บภาษีเงินได้จากการขายหุ้นของบุคคลธรรมดาในตลาดหลักทรัพย์ (ได้ไม่เกิน 10% โดยให้หักผลขาดทุนได้ โดยยกเว้นสำหรับการลงทุนผ่านกองทุนรวม หรือผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นเกินกว่า 1 ปี) เพื่อชดเชยการลดอัตราภาษีเงินได้

(6) การปรับปรุงโครงสร้างประมวลรัษฎากรให้ง่ายและอุดช่องว่างการหลบหนีภาษีให้หมดไป รวมทั้งการลดหย่อน แต่ต้องพิจารณาการปรับปรุงอัตราภาษีและการหักค่าใช้จ่ายหลายรายการให้เป็นจริง

ในสภาวะที่คนไทยประสบภาวะน้ำท่วม และผมได้ทราบว่ารองประธานสภาอุตสาหกรรมฯ เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกนโยบายประชานิยม ไม่ว่าเรื่องบ้านหลังแรก รถคันแรก และค่าจ้าง 300 บาท และนำเงินจำนวนดังกล่าวมาใช้ในการฟื้นฟูกิจการหลังน้ำท่วมนั้น ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ส่วนการนำเงินบริจาคมาหักค่าลดหย่อน 1.5 เท่า เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเป็นเรื่องดี และควรให้สิทธิประโยชน์ภาษีแก่บริษัทที่ประสบภาวะน้ำท่วมด้วย

ที่สำคัญรัฐบาลอาจต้องพิจารณาเรียกเก็บภาษีป้องกันน้ำท่วมจากคนกรุงเทพฯ และปริมลฑลที่ปลอดจากน้ำท่วมเพื่อเป็นเงินลงทุนระยะยาว เพราะการที่แต่ละคนเสียค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์เพื่อป้องกันน้ำท่วม ไม่น่าจะเป็นประโยชน์

แต่ควรจะนำมาชำระเป็นเงินภาษีพิเศษเพื่อมาป้องกันน้ำท่วมหรือภัยพิบัติระยะยาวจะดีกว่าการเก็บภาษีจากคนรวยครับ

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69