posttoday
น้ำถล่มซ้ำ อีเวนต์เศร้า งานยักษ์เลิก-เลื่อน

น้ำถล่มซ้ำ อีเวนต์เศร้า งานยักษ์เลิก-เลื่อน

17 ตุลาคม 2554

“ปีนี้ถือเป็นปีทองของธุรกิจอีเวนต์” นี่คือคำกล่าวของ เกรียงไกร กาญจนะโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ

“ปีนี้ถือเป็นปีทองของธุรกิจอีเวนต์” นี่คือคำกล่าวของ เกรียงไกร กาญจนะโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ

ในฐานะนายกสมาคมธุรกิจสร้างสรรค์การจัดงาน ที่ยังยืนยันคำพูดดังกล่าวแม้จะล่วงเข้าเดือน ต.ค. ที่ประเทศไทยประสบภาวะน้ำท่วม

แต่ด้วยกระแสน้ำที่ยังคงเดินหน้ากวาดทุกสิ่งไม่หยุดยั้ง รวมทั้งงานใหญ่อย่าง บีโอไอ แฟร์ ที่ต้องเลื่อนออกไป ทำให้จากปีทองของธุรกิจอีเวนต์กลายเป็นปีแห่งความเศร้าไปอีกปี

หลังจากล่าสุด วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ออกมาบอกแล้วว่า จำเป็นต้องเลื่อนงานบีโอไอ แฟร์ ออกไปก่อน แต่ยังไม่รู้เลื่อนนานแค่ไหน เพราะบริษัทที่เข้าร่วมงานส่วนใหญ่คงต้องการใช้เวลาฟื้นฟูกิจการมากกว่า โดยเฉพาะบริษัทได้รับผลกระทบอย่างหนักจากน้ำท่วม

ทั้งนี้ ในวันที่ 17 ต.ค. จะมีการประชุมคณะทำงานภายในร่วมกันอีกครั้งเพื่อกำหนดเวลาจัดงานใหม่ จากเดิมที่กำหนดจัดในวันที่ 10-25 พ.ย.นี้

สำหรับงานบีโอไอ แฟร์ 2011 ถือเป็นงานใหญ่ในธุรกิจอีเวนต์ จากการที่บริษัทต่างๆ ใช้เงินลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท และใช้งบในการประชาสัมพันธ์งานราว 200 ล้านบาท มีพื้นที่จัดงานทั้งภายในและนอกอาคาร รวม 2.4 แสนตารางเมตร รองรับการสร้างพาวิลเลียนทั้งสิ้น 84 พาวิลเลียน

งานนี้มีบริษัทชั้นนำต่างๆ ร่วมงานกันพร้อมเพรียงทุกปี อาทิ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ บริษัท แคนนอน เครือเจริญโภคภัณฑ์ บริษัท ฟอร์ด บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) บริษัท ฮิตาชิ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) บริษัท มิตซูบิชิ บริษัท นิสสัน บริษัท พานาโซนิค บริษัท โตชิบา และบริษัท โตโยต้า เป็นต้น คาดว่างานดังกล่าวจะมีเงินสะพัดกว่า 7,000 ล้านบาท และมีผู้เข้าร่วมงาน 5 ล้านคน

เกรียงไกร กล่าวว่า ขณะนี้การก่อสร้างพาวิลเลียนต่างๆ ดำเนินการไปแล้ว 60-70% ซึ่งการเลื่อนจัดงานออกไปจะทำให้เกิดความเสียหายในแง่ของการนำเข้าอุปกรณ์ ไฮเทคโนโลยีต่างๆ รวมถึงคอนเซปต์คาร์ที่จะนำเข้ามาจัดแสดง คิดเป็นสัดส่วน 10-15% ของมูลค่าการจัดงาน 3,000 ล้านบาท และอาจจะกระทบต่อความสมบูรณ์ของงานที่จะจัดต่อไป

“สถานการณ์น้ำท่วมปีนี้หนักกว่าที่คิด พัดงานอีเวนต์ทั้งใหญ่และเล็กหายไป ทั้งเลื่อนและยกเลิก จากปีทองของธุรกิจอีเวนต์ ก็กลายเป็นปีแห่งความเศร้าไป และเชื่อว่าผลสะเทือนนี้จะต่อเนื่องไปถึงปีหน้า” เกรียงไกร กล่าว

ด้านภาพรวมของธุรกิจอีเวนต์ในปีนี้ ตั้งแต่ต้นปีมีอัตราการเติบโต 15-20% จากมูลค่ารวม 1.3 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายที่จะมีการจัดงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ ทั้งบีโอไอ แฟร์ และงานฉลอง 84 พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เดิมคาดว่าจะมีมูลค่า 3,500-4,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้เป็นที่ยืนยันแล้วว่าจะถูกเลื่อน บางส่วนเลิกและลดขนาดการจัดงานลง

ขณะเดียวกัน ยังคาดการณ์ต่อว่า ผลสะเทือนจากน้ำท่วมหนักครั้งนี้จะส่งต่อไปถึงปีหน้า เพราะผลเสียหายที่เกิดขึ้นกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมไม่น้อย ทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจลดลง และกว่าจะฟื้นตัว ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจำเป็นต้องใช้งบเพื่อฟื้นฟูกิจการ ภาคการเกษตรที่เสียหาย ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง และประหยัดมากขึ้นเพื่อนำเงินที่มีไปใช้ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย

นอกจากนี้ อาจส่งผลกระทบต่อนโยบายด้านการจัดงานของประเทศ ซึ่งขณะนี้การผลักดันประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดเวิลด์ เอ็กซ์โป ในปี 2020 ยังไม่ชัดเจน รวมถึงกลยุทธ์การจัดงานอีเวนต์ขนาดใหญ่อื่นๆ ต้องรอดูว่ารัฐบาลชุดนี้จะมีนโยบายที่ชัดเจนอย่างไร เพราะงานอีเวนต์ระดับชาติมีส่วนที่จะเรียกความเชื่อมั่นของประเทศให้กลับคืนมาโดยเร็ว

ด้าน เสริมคุณ คุณาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเอ็ม ออร์กาไนเซอร์ กล่าวว่า การเลื่อนการจัดงานบีโอไอ แฟร์ อาจไม่ส่งผลกระทบมากนัก เพราะรอให้สถานการณ์พร้อมทั้งในด้านบริษัทผู้จัดงานและผู้เข้าชม และเป็นการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในกรณีที่น้ำเข้าท่วมพื้นที่ใกล้เคียงกับสถานที่จัดงาน ซึ่งจะสร้างผลกระทบมากกว่า

จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในขณะนี้คาดว่าจะทำให้การจัดกิจกรรมทางการตลาด (อีเวนต์) การจัดงานออกไป 15% จากการจัดงานทั้งหมดในปีนี้ เพราะช่วงไตรมาสสุดท้ายถือเป็นช่วงที่มียอดขายสูงที่สุดของธุรกิจอีเวนต์ และในแง่มูลค่าคาดว่าจะทำให้ยอดขายหายไปประมาณ 5% จากปีที่แล้วของธุรกิจอีเวนต์ มูลค่า 1.35 หมื่นล้านบาท ซึ่งเดิมคาดว่าจะมีอัตราการเติบโต 12% ในปีนี้

“ทิศทางปีหน้าต้องประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมอีกครั้งหลังน้ำลด รวมทั้งแผนธุรกิจต่างๆ เพราะโดยแนวโน้มปีหน้าด้วยสถานการณ์การเมืองที่นิ่ง เป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจอีเวนต์อยู่แล้ว รวมทั้งนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งบ้านหลังแรกและรถคันแรก ที่ทำให้เกิดการแข่งขันมากขึ้น” เสริมคุณ กล่าว

สำหรับนโยบายที่คาดว่าจะมีผลกระทบต่อภาคธุรกิจในปีหน้า กลับมองว่าเรื่องขึ้นค่าจ้าง 300 บาท และปรับเงินเดือนปริญญาตรีจะกระทบมากกว่า เพราะนโยบายดังกล่าวจะกดดันภาคธุรกิจให้ทำงานยากขึ้น และต้องปรับลดต้นทุน โดยต้นทุนส่วนแรกๆ ที่จะถูกตัด คือ งบการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ ซึ่งธุรกิจอีเวนต์เป็นส่วนหนึ่งของงบก้อนนี้ จะได้รับผลกระทบไปด้วย

 

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม