posttoday
อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยแค่สำลักน้ำ คาดไม่เกิน3เดือนฟื้นตัว

อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยแค่สำลักน้ำ คาดไม่เกิน3เดือนฟื้นตัว

14 ตุลาคม 2554

แม้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังต้องเผชิญกับปัจจัยลบที่ส่งผลต่อสถานการณ์

แม้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังต้องเผชิญกับปัจจัยลบที่ส่งผลต่อสถานการณ์

ไม่ว่าจะเป็นจากราคาน้ำมันโลกที่มีความผันผวน ภัยธรรมชาติสึนามิในญี่ปุ่น ตลาดสหรัฐและยุโรปยังอยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถฟื้นตัว การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลที่ส่งผลเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมไปถึงการเกิดอุทกภัยในหลายจังหวัดในประเทศ ทำให้เป็นที่จับตามองว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่ถือว่าเป็นธุรกิจสร้างรายได้สำคัญให้กับประเทศนั้นจะได้รับผลกระทบสักเพียงไหน

อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยแค่สำลักน้ำ คาดไม่เกิน3เดือนฟื้นตัว

เพียงใจ แก้วสุวรรณ รองผู้จัดการใหญ่ฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) ในฐานะนายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กล่าวในเวทีงานสัมมนาเรื่องอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย จัดโดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมและสถาบันยานยนต์ ว่า ปัญหาน้ำท่วมทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ได้รับผลกระทบจากโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่หลายแห่งมีโรงงานผลิตใน จ.พระนครศรีอยุธยา

ขณะนี้ทุกฝ่ายต่างจับตาดูไปที่ปริมาณน้ำเหนือที่จะเข้ามาสูงสุดในปลายสัปดาห์นี้ รวมถึงพายุฝนที่จะเข้ามา ว่าจะส่งผลกระทบเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด ปัจจุบันบริษัทได้เริ่มลดกำลังการผลิตลงเรื่อยๆ แต่ยังไม่ได้ปิดโรงงาน แต่จะหยุดการผลิตเลยหรือไม่นั้นต้องขอดูสถานการณ์ก่อน เนื่องจากต้องใช้ชิ้นส่วนการผลิตจากโรงงานใน จ.พระนครศรีอยุธยา

“เชื่อว่าผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ส่วนใหญ่นั้นเป็นโรงงานจากญี่ปุ่น ได้นำปัญหาการเกิดสึนามิใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นมาเป็นกรณีศึกษา แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายที่ชัดเจนได้ แต่เชื่อว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะได้รับผลกระทบระยะสั้น ไม่เกิน 3 เดือนจะสามารถฟื้นกลับมาเป็นปกติ” เพียงใจ กล่าว

อย่างไรก็ตาม อุตสาห กรรมยานยนต์เคยประสบปัญหามาหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจในไทยปี 2540 และวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐเมื่อปลายปี 2552 แต่อุตสาหกรรมยานยนต์นั้นมีสัญญาณการเติบโตมาตลอด และเชื่อว่าผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ โดยเฉพาะกับนิคมอุตสาหกรรมใน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จากญี่ปุ่น จะไม่ทำให้นักลงทุนญี่ปุ่นถอนการลงทุนจากไทย

ทั้งนี้ คาดว่าในปีนี้ยอดการผลิตรถยนต์รวม ทั้งรถยนต์ปิกอัพ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล และรถยนต์นั่งประหยัดพลังงาน หรืออีโคคาร์ จะมียอดผลิตไม่ถึง 1.5 ล้านคัน ขณะที่ในปีที่ผ่านมาผลิตได้ 1.8ล้านคัน ส่วนยอดผลิตในช่วง 10 เดือนในปีนี้ มีการผลิตอยู่ที่ 1.2 ล้านคันเท่านั้น

ศุภวรรณ พรวุฒิกร ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวถึงทิศทางสถานการณ์อุตสาหกรรมการผลิตรถปิกอัพว่ายังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องจากประชากรโลกเพิ่มขึ้น ปัจจุบันอยู่ที่ 6,800 ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 8,700ล้านคน ในปี 2573 ขณะเดียวกันมูลค่าสินค้าทางการเกษตรจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากประชากรโลกต้องการอาหารเพิ่ม และเมื่อสินค้าทางการเกษตรเพิ่ม รายได้ประชากรจะเพิ่มเติมไปด้วย ทำให้ความสามารถในการซื้อรถเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

คาดการณ์ว่ายอดจำหน่ายรถยนต์ปิกอัพในไทยปี 2573 จะอยู่ที่ 4.67 ล้านคัน โดยคาดการณ์ว่าอีก 4 ปีข้างหน้า ปริมาณการผลิตรถยนต์ทั้งอุตสาหกรรมจะอยู่ที่ 2.5 ล้านคัน และแบ่งเป็นรถปิกอัพ 1.2 ล้านคัน

อย่างไรก็ตาม คาดว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปีนี้ มีเป้าหมายการผลิตรถยนต์รวม 1.8 ล้านคัน แบ่งเป็นรถยนต์ปิกอัพ 9.7 แสนคัน ส่วนใหญ่ส่งออกไปตลาดโอเชียเนียและตลาดตะวันออกกลาง ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี

อานุภาพ ทัดพิทักษ์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจ บริษัท ฟอร์ด โอเปอเรชั่น (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทได้หยุดผลิตรถตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา และได้เริ่มการผลิตแล้ววันนี้ เนื่องจากประสบปัญหาระยะสั้นจากผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ใน จ.พระนครศรีอยุธยา 7 ราย ที่ประสบปัญหาไม่สามารถส่งมอบชิ้นส่วนได้ อย่างไรก็ตามบริษัทได้ใช้ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายอื่น ซึ่งรวมแล้วบริษัทมีผู้ผลิตชิ้นส่วน 180 ราย ปัจจุบันบริษัทมีสต๊อกรถที่จะส่งมอบเพียงพอ และเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเป็นปัญหาระยะสั้นจะไม่กระทบยอดขายและกำลังการผลิต

ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์คาดการณ์ว่า หากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ไม่บานปลาย จนน้ำเหนือทะลักมาท่วมกรุงเทพฯ เชื่อว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะได้รับผลกระทบเพียงระยะสั้น และจะสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

 

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย