
บจ.ระทมจมน้ำท่วม
ทิสโก้ชี้ธุรกิจชะงักทุบจีดีพี1%หุ้นเสี่ยงสูงข่าวร้ายใน-นอก 1%
ทิสโก้ชี้ธุรกิจชะงักทุบจีดีพี1%หุ้นเสี่ยงสูงข่าวร้ายใน-นอก
บจ.ดาหน้าแจงผลกระทบน้ำท่วม ด้านทิสโก้ชี้น้ำกระทบจีดีพี 1% หรือแสนล้าน กสิกรจ่อหั่นตัวเลขจีดีพีและดัชนี
เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2554 บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วม ทยอยแจ้งผลกระทบต่อเนื่อง
นายยรรยงค์ สวัสดิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการเงินและการบริหาร บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (SMT) กล่าวว่า บริษัทได้ตัดสินใจหยุดผลิตชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. และจะเปิดอีกครั้งในวันที่ 17 ต.ค. แม้ยังไม่มีความเสียหาย แต่เพื่อรักษาความปลอดภัยของพนักงานและทรัพย์สินและสามารถป้องกันความเสียหายของอาคารโรงงานและเครื่องจักรได้
นอกจากนี้ ได้ติดต่อลูกค้าเพื่อเลื่อนส่งมอบสินค้าออกไป ส่วนอาคารโรงงานและเครื่องจักรได้ทำประกันภัยครอบคลุมอุทกภัย
นางวรลักษณ์ องค์โฆษิต กรรมการบริหาร บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) กล่าวว่า บริษัท เคซีอี เทคโนโลยี ซึ่งเป็นบริษัทย่อยได้ตัดสินใจหยุดการผลิตในนิคมไฮเทค แม้ว่าขณะนี้น้ำยังไม่ท่วมแต่ระบบสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า ได้หยุดจ่ายเพื่อความปลอดภัย ซึ่งความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ทำประกันความเสียหายทั้งในส่วนของทรัพย์สินและการหยุดชะงักของการผลิตไว้ครอบคลุมทั้งหมด
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมในประเทศลุกลามจนกระทบต่อภาคการผลิตของอุตสาหกรรม ประเมินความเสียหายต่อเศรษฐกิจอย่างน้อย 1 แสนล้านบาทหรือ 1% ของจีดีพี ถือเป็นระดับที่รับได้และในส่วนผลกระทบต่อกำไรของ บจ.ที่หายไปจะถูกชดเชยด้วยภาษีนิติบุคคลที่จะลดเหลือ 23% ปีหน้ากำไร บจ.ยังโต
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นในปีนี้ยังมีลุ้นเห็น 1,000 จุด แต่จะไปไม่ถึงเป้าที่ 1,180 จุด และระดับ 1,180 จุด เป็นเป้าหมายดัชนีในปี 2555
“ช่วง 6 เดือน นับจากไตรมาส 4 ปีนี้ ถึงไตรมาสแรกปีหน้า หุ้นจะผันผวนสูงจากปัญหาเศรษฐกิจของยุโรปและสหรัฐไม่ดี แต่เชื่อว่าเศรษฐกิจโลกจะไม่ถดถอย”
นายสุชีล นารูลา กรรมการผู้จัดการ สายงานวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์การลงทุน บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ระยะ 1-2 เดือนนี้ ดัชนีหุ้นจะผันผวนสูงขึ้นลงในช่วง 812-950 จุด ขึ้นอยู่กับการแก้ปัญหาหนี้ยุโรป โดยดัชนีระดับ 812 จุด เป็นแนวรับที่แข็งแกร่ง อิงราคาหุ้นต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV) เฉลี่ยของตลาดที่ 1.5 เท่า แต่หากปัญหารุนแรงมากมีโอกาสดิ่งลงระดับ 730 จุด แต่มีโอกาสเกิดแค่ 10%
ในช่วง 1 เดือนนี้ ถ้าดัชนีแตะ 950 จุด เป็นจังหวะขายทำกำไรและกลับไปซื้อ 812-820 จุด พร้อมทั้งจะปรับประมาณเศรษฐกิจดัชนีหุ้นและกำไร บจ.ใหม่
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สรุปผลตรวจสอบระบบซื้อขายของตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ ขัดข้องเมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา เวลา 14.36 น. ก่อนที่ดัชนีตลาดลดลงถึง 10% สาเหตุ คือ ระบบ เซอร์คิท เบรกเกอร์ ออกแบบให้ SET และตลาดเอ็มเอไอแยกจากกันได้ เพื่อรองรับการแยกตลาดในอนาคต ดังนั้น เมื่อดัชนี MAI ลง 10% ระบบจึงทำงาน ทำให้ระบบสมาชิกหยุดส่งคำสั่งซื้อขายมายัง SET อัตโนมัติและจากการตรวจสอบการซื้อขายในช่วงเวลา 14.36 น. พบว่า เป็นการซื้อขายของนักลงทุนสถาบันในประเทศและไม่มีการซื้อขายกระจุกตัวในหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง
“ตลาดได้แก้ไขระบบ SET ขัดข้อง โดยปรับปรุงค่า parameter ของ เซอร์คิท เบรกเกอร์ สำหรับดัชนี MAI ไม่ให้มีโอกาสเกิด เซอร์คิท เบรกเกอร์จากดัชนี MAI อีกจาก เดิมดัชนีสิ้นปีนี้ที่ 1,100 จุด กำไรบจ. 29.8% ขณะที่ปีหน้าจีดีพีอยู่ที่ 4.5% ดัชนี 1,300 จุด และ กำไรบจ. 14.2%







