posttoday
ส.อ.ท.ปรับเป้าหมายผลิตรถยนต์ปี53 ใหม่ สูงสุดในประวัติศาสตร์

ส.อ.ท.ปรับเป้าหมายผลิตรถยนต์ปี53 ใหม่ สูงสุดในประวัติศาสตร์

19 กุมภาพันธ์ 2553

ส.อ.ท.ขยับเป้าหมายผลิตรถยนต์ จาก 1.2 ล้านคัน เป็น 1.4 ล้านคันในปี53 สูงสุดในประวัติศาสตร์ หลังค่ายรถยนต์เริ่มส่งรถยนต์เล็กบุกตลาดออเดอร์ทั้งในและต่างประเทศพุ่ง

ส.อ.ท.ขยับเป้าหมายผลิตรถยนต์ จาก 1.2 ล้านคัน เป็น 1.4 ล้านคันในปี53 สูงสุดในประวัติศาสตร์ หลังค่ายรถยนต์เริ่มส่งรถยนต์เล็กบุกตลาดออเดอร์ทั้งในและต่างประเทศพุ่ง

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์  สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  (ส.อ.ท.)  เปิดเผยว่า ได้ปรับเป้าหมายผลิตรถยนต์ในปี 2553 ไว้ที่ 1.4 ล้านคัน  จากก่อนหน้านี้เคยกำหนดไว้ที่ 1.2 ล้านคัน ถือเป็นยอดผลิตสูงสุดตั้งแต่มีอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ในประเทศเมื่อปี 2504    เนื่องจากสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกทำให้มียอดคำสั่งซื้อจากลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศขยายตัวต่อเนื่อง ในขณะที่ค่ายรถยนต์เตรียมนำรถยนต์ขนาดเล็กรุ่นใหม่ หรือรถยนต์อีโคคาร์มาเปิดตลาดมากขึ้น  เช่น นิสสัน ฟอร์ด มาสด้า ทำให้ตลาดรถยนต์มีความสนใจมากขึ้น

สำหรับเป้าหมายผลิตเพื่อการส่งออก กำหนดไว้ 8 แสนคัน มากกว่า ปี 2552จำนวน  2.48 แสนคัน หรือ เพิ่มขึ้น  44.93% โดยรถยนต์นั่งมีเป้าหมายส่งออก 2.3 แสนคัน เพิ่มขึ้นถึง 112%  ในขณะที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจำนวน 6 แสนคัน มากกว่าปี 2552 จำนวน 1.53 แสนคัน หรือเพิ่มขึ้น 34.23 %  ส่วนประมาณการผลิตรถจักรยานยนต์ในปี 2553 อยู่ที่ 1.78 ล้านคัน  มากกว่าปี 2552 ซึ่งมีจำนวน 1.63 ล้านคัน  เพิ่มขึ้น  1.46 แสนคัน  แยกเป็นผลิตเพื่อการส่งออกประมาณ 1.3 แสนคัน มากกว่า ปี 2552  ซึ่งมีจำนวน 1.15 แสนคัน เพิ่มขึ้น  1.5 หมื่นคัน  และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศประมาณ 1.65 ล้านคัน มากกว่าปี 2552  ซึ่งมีจำนวน  1.51 ล้านคัน

ทั้งนี้ ยอดขายรถยนต์ในเดือนม.ค. 2553  มีจำนวน 4.9 หมื่นคันเพิ่มขึ้น 54.4% จากเดือนม.ค. 2552  แต่ลดลง  31.2 % จากเดือนธ.ค. 2552 เนื่องจากเดือนธ.ค. ปีที่ผ่านมามีการจัดงานมหกรรมยานยนต์ ส่งผลให้ยอดขายในเดือนธ.ค.สูงกว่าเดือนอื่นๆ ซึ่งยอดขายในเดือนม.ค.เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้  เป็นผลจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่สูงขึ้น และจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐฐาลทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น  ราคาสินค้าหลายตัวสูงขึ้น รวมทั้งมีรถยนต์รุ่นเล็กมาเสริมตลาดด้วย

อย่างไรก็ตาม การผลิตรถยนต์ในเดือนม.ค.2553 มีจำนวน 1.03 แสนคัน เพิ่มขึ้น 43.3% จากเดือนม.ค. 2552   โดยพบว่าการผลิตรถยนต์ทุกประเภทปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยรถยนต์นั่ง อยู่ที่ 3.2 หมื่นคัน เพิ่มขึ้น 70% เทียบกับเดือนม.ค. 2552   รถกระบะขนาด 1 ตัน ผลิตได้ 6.9 หมื่นคัน  รถยนต์บรรทุก ผลิตได้ 7.1 หมื่นคัน  และรถโดยสารขนาดต่ำกว่า10ตันและมากกว่า 10 ตันขึ้นไป ผลิตได้ 20 คัน

"ปีนี้อุตสาหกรรมรถยนต์น่าจะมีการขยายตัวที่ดีขึ้น เพราะเพรขณะเดียวกันพบว่าค่ายรถหลายแห่งได้ผลิตรถยนต์อีโคคาร์และรถขนาดเล็กรุ่นใหม่มาเปิดตลาดมากขึ้น เช่น นิสสัน, ฟอร์ด และ มาสด้า  ส่งผลให้โรงงานต้องรับสมัครพนักงานหรือเพิ่มกะการทำงาน เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ขยายโรงงาน เพราะกำลังการผลิตภาพรวมของไทยอยู่ที่ 2 ล้านคัน/ปี ซึ่งปัจจุบันใช้กำลังการผลิตเพียง 70%เท่านั้น" นายสุรพงษ์ กล่าว

นายสุรพงษ์ กล่าวถึง มูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วน  รถจักรยานยนต์ ในเดือน ม.ค. อยู่ที่4.1 หมื่นล้านบาท  เพิ่ม 27.59% เนื่องจาก ตลาดรถยนต์ในต่างประเทศเติบโตดีขึ้น มีคำสั่งซื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่องโดยตลาดที่มีสัดส่วนรถยนต์ไทยมากสุด คือ ออสเตรเลีย 26.95% รองลงมา อาเซียน  26.63%  ตะวันออกกลาง 26.56% 

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69