
5 สิ่งที่ Warren Buffett ต้องการทำในปี 2554 (จบ)
ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนที่เราได้นำข้อมูลจากวารสาร Boardroom ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) เรื่อง “5 สิ่งที่ Warren Buffett ต้องการทำในปี 2554” มานำเสนอแล้ว 2 ข้อ ข้อแรก คือ พลิกวิกฤตเป็นโอกาส และข้อ 2 คือ เตรียมตัวให้พร้อมเพื่อรับมือกับโอกาสที่จะเข้ามา วันนี้เรามาดูอีก 3 ข้อที่เหลือกันครับ
ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนที่เราได้นำข้อมูลจากวารสาร Boardroom ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) เรื่อง “5 สิ่งที่ Warren Buffett ต้องการทำในปี 2554” มานำเสนอแล้ว 2 ข้อ ข้อแรก คือ พลิกวิกฤตเป็นโอกาส และข้อ 2 คือ เตรียมตัวให้พร้อมเพื่อรับมือกับโอกาสที่จะเข้ามา วันนี้เรามาดูอีก 3 ข้อที่เหลือกันครับ
3.ระมัดระวังการลงทุนโดยใช้ Leverage (กู้เงินมาลงทุน) ถ้าจะกู้เงินมาลงทุน ควรระมัดระวังและมีความรอบคอบอย่างมาก
นาย Buffett ถือว่าเป็นคนที่ทำธุรกิจแบบอนุรักษนิยม และในจดหมายผู้ถือหุ้นปีนี้เขาได้ให้ข้อสรุปของทัศนคติของเขาเกี่ยวกับการเพิ่มรายได้จากการใช้ Leverage ดังต่อไปนี้
คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีคนจำนวนหนึ่งสร้างความร่ำรวยจากการกู้ยืมเงินมาทำธุรกิจ แต่ว่าวิธีการนี้ก็สามารถทำให้หมดตัวได้เช่นกัน เมื่อมีการทำ Leverage ที่ได้ผล ก็จะทำให้รายได้ของท่านขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก แต่ขอเตือนว่า การใช้ Leverage นี้เป็นเหมือนการใช้ยาเสพติด เมื่อสามารถทำกำไรจากความมหัศจรรย์ของเครื่องมือชนิดนี้แล้ว คงจะมีเพียงไม่กี่คนที่จะสามารถถอยหลังกลับไปใช้วิธีการทำธุรกิจแบบอนุรักษนิยมหรือแบบเดิมๆ ได้อีกแล้ว และก็เหมือนกับสิ่งที่เราทุกคนเคยเรียนมาตั้งแต่เด็ก และบางคนก็ได้เรียนรู้อีกครั้งหนึ่งในปี 2551 คือ การมีตัวเลขของรายได้เป็นบวกต่อเนื่องกันมา ไม่ว่าจะมากมายมหาศาลแค่ไหนก็ตาม ก็จะหายไปทันทีที่เอา 0 มาคูณ โดยที่ประวัติศาสตร์บอกเราว่า การใช้ Leverage นั้นมีหลายครั้งมากที่ทำให้ตัวเลข 0 ปรากฏขึ้น การใช้ Leverage นั้นอาจทำให้บริษัทเจริญเติบโตไปได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็สามารถทำให้ล้มละลายได้เช่นกัน ไม่ว่าผู้ใช้ Leverage นั้นจะเป็นคนฉลาดแค่ไหนก็ตาม บริษัทที่มีหนี้ก้อนใหญ่มักจะคิดว่าภาระหนี้ที่มีอยู่จะได้รับการกู้ใหม่เมื่อครบกำหนด การคาดการณ์นี้โดยส่วนใหญ่ก็ไม่ผิด แต่ในบางครั้งก็จะมีบางกรณีที่ไม่เป็นไปตามที่คาดไม่ว่าจะเป็นเพราะปัญหาของบริษัทนั้นๆ เอง หรือเพราะว่าการขาดเงินทุนทั่วโลก จนทำให้จำเป็นต้องมีการชำระหนี้เมื่อครบกำหนด และในกรณีนี้มีเพียงเงินสดเท่านั้นที่จะช่วยได้
ผู้กู้จึงเรียนรู้ว่าสินเชื่อก็เหมือนกับออกซิเจน แม้มีการขาดเงินสินเชื่อเพียงระยะเวลาสั้นๆ ก็สามารถทำให้บริษัทหยุดการดำเนินการได้ เนื่องจากการขาดสภาพคล่อง ในความเป็นจริงในเดือน ก.ย. 2551 เมื่อสภาพคล่องหายไปจากหลายภาคส่วนของเศรษฐกิจภายในช่วงข้ามคืน ยังเกือบที่จะทำให้ทั้งประเทศล้มละลาย
สิ่งที่ควรจะนำไปใช้
พวกท่านควรเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง อย่างน้อยยังต้องคงไว้เป็นบางส่วนเพื่อให้มีความเป็นอิสระในการดำเนินกิจการของตนเอง อย่าทำลายความเป็นอิสระของตนโดยการเป็นหนี้บุญคุณของเจ้าหนี้ที่จะเข้ามาควบคุมชะตาชีวิตของท่านไว้
ตัวอย่างนี้จะเห็นได้ชัดจากความผันผวนทางการเงินในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สาเหตุหนึ่งที่ทำให้หุ้นไทยตกลงมาก เป็นเพราะการถูกบังคับ Force Sell ของนักลงทุนที่ลงทุนด้วยมาร์จินหรือกู้เงินมาลงทุนนั่นเอง
4.เตรียมบุคลากรที่จะสามารถทำหน้าที่แทนกันได้
ในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นประจำปี 2554 ของนาย Buffett ได้มีการเขียนถึงผู้บริหารระดับสูงของบริษัท โดยขอให้ผู้บริหารระดับสูงของบริษัททุกท่านเสนอชื่อบุคคลที่สามารถจะทำหน้าที่ทดแทนตนเองได้ในกรณีที่มีเหตุการณ์ใดที่ทำให้ตนเองไม่สามรถปฏิบัติงานได้ ถึงแม้ว่าบริษัท Berkshire Hathaway จะสามารถสรรหาบุคคลเพื่อมาทำหน้าที่เป็นผู้บริหารระดับสูงได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการสรรหาจากบุคลากรภายในบริษัทเอง หรือใช้บริการบริษัทจัดหาพนักงานที่ดีที่สุดเพื่อสรรหาบุคลากรจากภายนอกในตำแหน่งที่ว่างขึ้นมา แต่นาย Buffett ต้องการที่จะให้ผู้บริหารระดับสูงแต่ละคนเสนอชื่อบุคคลที่จะมาทำหน้าที่แทนตนเองมากกว่า
สิ่งที่ควรจะนำไปใช้
เตรียมความพร้อมให้กับลูกน้องซึ่งมีตำแหน่งรองจากท่านโดยตรง เพื่อให้สามารถทำหน้าที่แทนท่านได้ในกรณีที่ท่านป่วยหรือเพื่อให้ท่านมีเวลาทำอย่างอื่นนอกเหนือจากธุรกิจของท่าน และสุดท้าย คือ สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจของท่านในกรณีที่ท่านต้องการขายกิจการ
กรณีนี้เป็นกลยุทธ์หนึ่งของการบริหารความเสี่ยง ในด้านการลงทุนเช่นกัน เราควรจะต้องบริหารความเสี่ยงด้วยเสมอ การกระจายความเสี่ยง หรือที่ฝรั่งชอบพูดว่า “อย่าวางไข่ในตะกร้าใบเดียว” ก็ยังเป็นคำเตือนที่วิเศษ การปรับลดลงอย่างรุนแรงของราคาทองคำ จากกว่า 1,900 เหรียญสหรัฐ/ทรอยออนซ์ มาเหลือกว่า 1,500 เหรียญสหรัฐ/ทรอยออนซ์ (แม้ล่าสุดตอนเขียนต้นฉบับจะอยู่ที่กว่า 1,600 เหรียญสหรัฐ/ทรอยออนซ์) ก็เป็นตัวอย่างที่ดีถึงความไม่แน่นอน
5.อย่าหยุดทำการขายหรือการตลาด
Warren Buffett ถือเป็นหนึ่งในบุคคลที่รวยที่สุดในโลก และประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่ง แต่เขาไม่เคยหยุดทำการขายหรือทำการตลาดเลย การประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของ Berkshire Hathaway ที่เมือง Omaha แทนที่จะจัดการประชุมประจำปีของบริษัทในโรงแรมในแบบเดิมๆ เขากลับจัดการประชุมให้มีบรรยากาศสนุกสนาน แถมยังเชิญผู้ถือหุ้นรายย่อยให้มาร่วมการประชุมที่ Qwest Center ซึ่งทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถซื้อของที่บริษัทต่างๆ ที่ Berkshire Hathaway เป็นเจ้าของ สองหน้าเต็มของจดหมายประจำปีของนาย Buffett เป็นการขายความคิดให้ผู้ถือหุ้นทั้งหลายไปร่วมประชุมในครั้งนี้ เพราะว่าในที่ประชุมผู้เข้าร่วมสามารถซื้อประกันรถยนต์จาก GEICO หรือซื้อรองเท้าบู๊ตยี่ห้อ Justin หรือขนมจากร้าน See’s Candy หรือซื้อไอศกรีม Chocolate Extreme Blizzard เพื่อให้มีความเพลิดเพลินระหว่างที่พวกเขารับฟังการบรรยายของนาย Buffett
สิ่งที่ควรจะนำไปใช้
ไม่ว่าธุรกิจของท่านจะใหญ่โตหรือประสบผลสำเร็จเท่าไร ท่านควรที่จะพร้อมที่จะทำการตลาดและการขายด้วยตนเองเสมอ เพราะนั้นจะทำให้ทุกๆ คนตั้งแต่พนักงานของบริษัทตัวเอง ลูกค้าบริษัท จนถึงผู้ลงทุนในบริษัทเห็นว่าท่านภูมิใจสินค้าที่ท่านขาย
หากมองในประเด็นของการลงทุน ก็คือ “อย่าหยุดที่จะลงทุน” เพราะศัตรูตัวที่สำคัญที่สุดของการเงิน คือ เงินเฟ้อ ที่เปรียบเสมือนมะเร็งร้ายที่กินเงินของเราไปเรื่อยๆ เมื่อเราไม่ลงทุน เงินออมของเราก็จะด้อยค่าลงเรื่อยๆ (ลองคิดดูง่ายๆ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว คุณกินข้าวจานละเท่าไร ปัจจุบันคุณกินข้าวจานละเท่าไร สำหรับผมเมื่อตอนเด็กๆ กินบะหมี่ชามละ 50 สตางค์ ตอนนี้เป็นชามละ 50 บาท แต่ที่สำคัญที่สุด คือ ต้องหาความรู้ในการลงทุน ต้องรู้ว่าการลงทุนแต่ละอย่างมีความเสี่ยงอย่างไร อย่าลืมคำเตือนที่ว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน” จริงๆ แล้วอยากขอปรับคำเตือนเป็นว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง แต่การลงทุนโดยไม่มีความรู้เสี่ยงยิ่งกว่า ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล และหาความรู้ก่อนการตัดสินใจลงทุน” m
หากมีข้อสงสัยหรือสนใจการวางแผนการเงิน สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่
สายธนบดีธนกิจ ธนาคารเกียรตินาคิน โทร. 026803333 หรือ [email protected]







