
เจ้าท่าวอนอย่าตัดงบลอกคลอง
ได้แค่800ล.ต้องใช้1.4หมื่นล.เตรียมถกเอกชนขอเรือดันนํ้า
ได้แค่800ล.ต้องใช้1.4หมื่นล.เตรียมถกเอกชนขอเรือดันนํ้า
กิตติศักดิ์ วอนรัฐบาล หากต้องการบรรเทาปัญหาน้ำท่วม อย่าหั่นงบกรมเจ้าท่า 1.4 หมื่นล้าน สำหรับขุดลอกคูคลอง
นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมเจ้าท่า (จท.) เร่งขุดลอกแม่น้ำคูคลอง หลังสถานการณ์น้ำท่วมลดลง เพราะจะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ แต่ปัญหาขณะนี้คือเรื่องงบประมาณในแต่ละปีน้อยมาก ล่าสุด งบประมาณในปี 2555 ของกรมเจ้าท่าที่จะนำมาใช้ขุดลอกคลองกลับได้รับเพียง 800 ล้านบาท จากที่ขอไป 4,800 ล้านบาท
ทั้งนี้ หากรัฐบาลต้องการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน จะต้องขุดลอกแม่น้ำทั่วประเทศ 1.44 หมื่นกิโลเมตร เป็นเงินงบประมาณ 1.44 หมื่นล้านบาทถ้าดำเนินการได้ จะช่วยลดสถานการณ์การเกิดน้ำท่วมได้ถึง 80%
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้ให้กรมเจ้าท่านำนักเรียนจากศูนย์ฝึกพาณิชยนาวี จำนวน 1,200 คน และให้นำเรือของ จท.ซึ่งมีอยู่ 48 ลำ เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ และให้เปิดศูนย์บริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่กรมเจ้าท่า ซึ่งหากประชาชนรายใดสนใจบริจาคสิ่งของ สามารถบริจาคได้ที่ จท.ทันที หรือแจ้งสายด่วนได้ที่หมายเลข 1199
ด้านนายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่า ปัญหาในการขุดลอกร่องน้ำที่ผ่านมาคือ เครื่องมือขุดลอกส่วนใหญ่มีอายุใช้งานนานมาก เรือขุดบางลำมีอายุ 30-40 ปี ทำให้ต้องเสียงบประมาณค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษาจำนวนมาก รวมทั้งประชาชนบางส่วนคัดค้าน เนื่องจากมีประชาชนได้เข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ตื้นเขินริมตลิ่ง ซึ่งมีส่วนที่ทำให้แม่น้ำแคบลง ประกอบกับสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะในฤดูฝนและฤดูน้ำหลากเริ่มรุนแรงมากขึ้น
“ตอนนี้กรมเจ้าท่ามีอำนาจในการปักหมุดกั้นเขตแม่น้ำได้แล้ว ซึ่งต่อไปจะเข้มงวดมากขึ้น โดยจะไปทำให้ความกว้างของแม่น้ำกลับมาเหมือนในอดีตให้ได้ เช่น แม่น้ำบางสายในแผนที่มีความกว้างมากถึง 200 เมตร แต่ปัจจุบันกลับโดนบุกรุกทั้งคนและดินที่ตื้นเขินทำให้เหลือความกว้างเพียง 60 เมตร ซึ่งกรมเจ้าท่าจะค่อยๆ ขุดลอกให้เหมือนเดิม โดยปีแรกอาจขยายมาที่ 120 เมตรก่อน” นายถวัลย์รัฐ กล่าว
นอกจากนี้ จท.เตรียมเรียกผู้ประกอบการเรือที่ให้บริการบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยามาหารือ เพื่อขอความร่วมมือช่วยเดินเครื่องผลักดันน้ำออกทะเล โดยให้เอกชนที่สนใจ แจ้งความประสงค์ได้ที่กรมเจ้าท่า เพื่อจะช่วยเหลือค่าน้ำมัน เพราะผู้ประกอบการจะต้องจอดเรือและเดินเครื่องเรือตลอดเวลา เพื่อช่วยผลักดันน้ำในแม่น้ำให้ออกทะเลโดยเร็วที่สุด







