
คลังเดินหน้าสั่งคปภ.ตั้ง‘กองทุนประกันภัยพืชผล’
คลังสั่ง คปภ.ตั้งกองทุน “ประกันภัยพืชผล” อุ้มเกษตรกรที่ผลผลิตเสียหายจากภัยธรรมชาติ
คลังสั่ง คปภ.ตั้งกองทุน “ประกันภัยพืชผล” อุ้มเกษตรกรที่ผลผลิตเสียหายจากภัยธรรมชาติ
นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้มอบหมายให้กรมการประกันภัยทำการศึกษาเรื่องการจัดตั้งกองทุนประกันภัยพืชผล ซึ่งจะเป็นการดำเนินการต่อยอดเรื่องการทำประกันภัยพืชผลที่มีอยู่แล้ว แต่ต้องการจะให้ขยายวงเงินการชดเชยมากขึ้นและครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์
ทั้งนี้ จากปัจจุบันเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจะได้รับเงินชดเชยจากรัฐบาล 606 บาทต่อไร่ และกรณีทำประกันและมีความเสียหายนับแต่วันที่เริ่มเพาะปลูกถึง 60 วันแรก บริษัทประกันภัยจะชดเชยให้ไร่ละ 606 บาท รวมเป็นเงิน 1,212 บาทต่อไร่ และกรณีที่เสียหายหลังจากเพาะปลูกมาได้ตั้งแต่ 61 วันขึ้นไปจนถึงวันที่เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิต บริษัทจะชดเชยให้ไร่ละ 1,400 บาท รวมเป็นเงิน 2,006 บาทต่อไร่
สำหรับรูปแบบการจัดตั้งกองทุน วงเงินที่ต้องใช้ยังไม่สามารถชี้แจงได้ เบื้องต้นคาดว่ากองทุนดังกล่าวน่าจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมการประกันภัย ซึ่งจะเร่งหาข้อสรุปให้ได้ก่อนสิ้นปีนี้
“แนวคิดจะโยกเงินจากงบประมาณที่ต้องใช้ชดเชยความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติที่มีต่อผลผลิตเอามาตั้งกองทุน โดยจะพยายามให้เกษตรกรที่กู้เงินจาก ธ.ก.ส. ทำประกันภัย ซึ่งจะมีการนำเงินจากกองทุนดังกล่าวเข้าไปสมทบให้เกษตรกร วิธีการแบบนี้จะทำให้รู้ว่าในแต่ละปีรัฐจะต้องใช้เงินเท่าไร ซึ่งรูปแบบการเบิกจ่ายเงินชดเชยก็จะเร็วกว่าการเบิกจ่ายจากงบประมาณ” นายวิรุฬ กล่าว
นายวิรุฬ กล่าวถึงความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วม ณ วันที่ 4 ต.ค. 2554 ว่า มียอดผู้เสียชีวิต 237 คน โดยมีการทำประกันชีวิต 19 คน มูลค่า 3.7 ล้านบาท รถยนต์เสียหาย 639 คัน ซึ่ง 90% ของรถยนต์ที่เสียหายบริษัทประกันได้นำรถเข้าซ่อมแซมที่อู่แล้ว
ส่วนความเสียหายต่อทรัพย์สินพบว่ามีจำนวน 1,600 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 268 ล้านบาท แยกเป็นบ้านที่อยู่อาศัย 90 ล้านบาท ประเภทอัคคีภัย 107 ล้านบาท และประเภทความเสียหายทุกชนิด 70 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทประกันภัยได้เข้าไปสำรวจภัยและเจรจาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ประชาชนผู้เอาประกันภัยแล้ว







