
สัญญา หาญพัฒนกิจพานิช แนะ LONG สัญญาโกลด์ฟิวเจอร์เม.ย.
“
สัญญา หาญพัฒนกิจพานิช” หัวหน้าทีมพัฒนาธุรกิจอนุพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โกลเบล็ก แนะนำนักลงทุน Long หรือซื้อสัญญาซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์ส ในตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) หรือ TFEX เดือนเม.ย. 2553 เพราะเชื่อว่าระยะยาวราคาทองคำมีโอกาสปรับขึ้นมากกว่าลดลงทั้งนี้ เชื่อว่าสัปดาห์หน้าหรือหลังตรุษจีน ราคาทองคำจะแกว่งตัวขึ้น โดยเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ราคาทองคำในตลาดโลกอยู่ที่ 1,100 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ลดลงจากวันก่อน 16 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์
“
แนวรับสำคัญที่ควรติดตามคือ 1,090 เหรียญสหรัฐ ถ้าเลยจุดนี้ไปให้ดูจุดต่ำสุดเดิมเมื่อต้นเดือนก.พ. 2553 ที่ 1,045 เหรียญสหรัฐ แต่ผมเชื่อว่าจะไม่ลดลง เพราะราคาทองคำได้ลดลงมามากแล้วจากจุดสูงสุดที่ทำไว้เมื่อเดือน พ.ย. 2552 ที่ 1,226 เหรียญสหรัฐ”ทั้งนี้ ราคาทองคำในตลาดโลกได้ปรับลดลงมากโดยเฉพาะวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา เพราะมีข่าวกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จะเทขายทองคำส่วนที่เหลือ 191.3 ตันในตลาด หากไม่มีธนาคารกลางประเทศใดสนใจจะซื้อทำให้ราคาทองคำร่วงลงมา ทั้งที่ข่าวนี้เป็นข่าวเก่านำมาเล่าใหม่ หลังจากปีที่แล้วไอเอ็มเอฟขายทองคำให้ธนาคารกลาง 3 ประเทศไปแล้ว 212 ตัน
สำหรับปัญหาในสหภาพยุโรปที่เป็นต้นเหตุให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าเทียบเงินยูโร และส่งผลให้ราคาทองคำในตลาดโลกร่วงแรงอย่างต่อเนื่องนั้น คาดว่าจะเห็นแนวโน้มที่ชัดเจนในเดือนมี.ค. หลังจากกรีซยื่นแผนแก้ไขฐานะทางการเงินของประเทศ
ทั้งนี้ นักลงทุนที่ถือสัญญาซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์สเดือนก.พ. อาจเสียเปรียบ เพราะราคาโกลด์ฟิวเจอร์สเดือนดังกล่าวแพงกว่าตลาดถึง 40 บาทต่อน้ำหนักทองคำ 1 บาท กล่าวคือ หากหมดสัญญาหรือเหลือเวลาอีก 5 วัน หากราคาทองคำแกว่งตัวขึ้นอาจได้กำไรน้อยกว่าที่ควรจะเป็น และหากราคาทองคำปรับตัวลงอาจขาดทุนมากกว่าที่ควรจะเป็น
ด้านนักลงทุนทองคำแท่งในประเทศ 96.5% เชื่อว่าขณะนี้ความเป็นไปได้ที่ราคาทองคำจะหลุด 1.6 หมื่นบาท เป็นไปได้ยาก หากคิดว่าราคาทองคำยังไม่สามารถหลุด 1,090 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หรือ 1,045 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ได้ ดังนั้นจึงควรติดตามราคาทองคำในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นเดือนแรกของปีนี้ ปรากฏว่าโบรกเกอร์ที่เป็นผู้ค้าทองคำทั้ง 6 ราย รวมบล.โกลเบล็กยังครองส่วนแบ่งการตลาด 63% ที่เหลือเป็นโบรกเกอร์ที่เป็นบล. 35 ราย หากหักโกลเบล็กออก เหลือผู้ค้าทอง 5 ราย จะคิดเป็นเพียง 40% เนื่องมาจากเดือนนี้ส่วนแบ่งการตลาดโกลด์ฟิวเจอร์สของโกลเบล็ก เพิ่มเป็น 23% หรือ 30,546 สัญญา ยังครองอันดับสูงสุดโบรกเกอร์ค้าทองคำทั้งหมด ซึ่งน่าจะรวมสูงสุดในตลาดการซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์สด้วย เท่ากับว่าโกลเบล็กเป็นตัวแปรให้โบรกเกอร์ทั้งสองฝั่งมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่ากัน
รองลงมาคือ บริษัท ที.ซี. ออสสิริส ฟิวเจอร์ส (TCAF) 14% อันดับที่ 3 บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส 9.7% อันดับที่ 4 ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส 8.27% อันดับที่ 5 บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส 6.2% อันดับสุดท้าย บริษัท จี ที เวลธ์ แมเนจเมนท์ (GTWM ) 2%
เปิดศักราชปี 2553 ฮั่วเซ่งเฮง กลับมาทวงอันดับคืนจากวายแอลจี บูลเลี่ยนได้..







