
น้ำมันแพงรถติดแก๊สยังรุ่ง
เอนเนอร์จีมั่นใจรถคันแรกดันเชื่อลอยตัวแก๊สไม่กระทบยอด
เอนเนอร์จีมั่นใจรถคันแรกดันเชื่อลอยตัวแก๊สไม่กระทบยอด
เอนเนอร์จี รีฟอร์ม ระบุ รับอานิสงส์รถคันแรกราคาน้ำมันโลกแนวโน้มสูง คาดเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคติดแก๊สมากขึ้น
นายสุรชัย นิตติวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท เอนเนอร์จี รีฟอร์ม ผู้นำเข้าและจำหน่ายอุปกรณ์แก๊สรถยนต์เอนเนอร์จี รีฟอร์ม เปิดเผยว่า จากนโยบายรถยนต์คันแรกที่รัฐบาลสนับสนุนโดยให้ผู้ซื้อนำมาลดหย่อนภาษีได้ 1 แสนบาท และการที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นนั้น จะส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาติดตั้งแก๊สรถยนต์เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากจะช่วยประหยัดได้ในระยะยาว
“เชื่อว่าผู้บริโภคระดับกลางจะออกรถใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะรถขนาด 1500 ซีซี ซึ่งจะทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้หันมาติดแก๊สรถเพิ่มขึ้น” นายสุรชัย กล่าว
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงพลังงานสหรัฐ ระบุว่า ราคาน้ำมันในอีก 2 ปีข้างหน้า จะอยู่ที่ 100-110 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากปัจจุบันอยู่ที่ 78-85 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่จำนวนรถที่ใช้แก๊สทั่วโลกอยู่ที่ 30 ล้านคัน แบ่งเป็นแก๊สแอลพีจี 17 ล้านคัน และแก๊สเอ็นจีวี 13 ล้านคัน ซึ่งมีแนวโน้มจะใช้เพิ่มขึ้น
สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบกระบุว่า จำนวนรถที่ติดแก๊สในปี 2552 มีจำนวน 6 แสนคัน ปี 2553 จำนวน 7.8 แสนคัน และในช่วง 8 เดือนของปีนี้มีการติดตั้งแล้ว 9.5 แสนคัน
อย่างไรก็ตาม จากราคาน้ำมันผันผวนและรัฐบาลได้สนับสนุนด้านราคาส่งผลกระทบกับการตัดสินใจของผู้บริโภค ซึ่งชะลอการติดตั้งอุปกรณ์ออกไปบ้าง แต่คาดว่าผลกระทบดังกล่าวจะส่งผลต่อผู้บริโภคในระยะสั้นและระยะกลางเท่านั้น เนื่องจากราคาน้ำมันยังมีแนวโน้มสูงขึ้น รวมถึงในต้นปีหน้า รัฐบาลปล่อยลอยตัวราคาแก๊ส แต่ก็ยังมีราคาต่ำกว่าน้ำมัน 50% ทำให้ความต้องการในการติดตั้งแก๊สจะยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง
“รัฐบาลจะปล่อยให้ราคาแก๊สลอยตัวเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ราคา 11 บาท เป็นราคาประมาณ 16-17 บาท ขณะที่ราคาเบนซินในขณะนี้อยู่ที่ 35-37 บาทต่อลิตร” นายสุรชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทได้ปรับลดเป้ายอดขายจากเมื่อต้นปีตั้งไว้ 1,000 ล้านบาท เหลือ 800 ล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันปรับลดลง โดยในช่วง 9 เดือนของปีนี้ บริษัทมียอดขายแล้ว 600 ล้านบาทและคาดว่าปีนี้จะเป็นไปตามเป้าที่วางไว้
สำหรับในปีนี้บริษัทได้ใช้งบการตลาด 8-10% แบ่งเป็นงบโฆษณาผ่านสื่อ 80% และกิจกรรมการตลาด ณ จุดขาย 20% พร้อมกับเน้นให้ความรู้ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ 200 แห่ง โดยยังไม่มีแผนที่จะเปิดตัวแทนจำหน่ายเพิ่ม พร้อมกับตั้งเป้าว่ายอดขายปีหน้าจะเติบโตขึ้นไม่ต่ำกว่า 20%







