
ช่วยฝันเด็ก
...นายแว่นตา
ยิ้มแก้มปริไปเลย จะใช่ใครที่ไหน ก็ผู้บริหารหนุ่มอย่าง ณพ ณรงค์เดช บิ๊กบอสแห่งเคพีเอ็น มิวสิค เจ้าของสถาบันดนตรีเคพีเอ็น
เมื่อกระแสเรียลิตีโชว์ทั้งหลายที่มีวัยรุ่นจำนวนมากกระโดดขึ้นเวที ทั้งร้องเล่น เต้นรำ เพื่อดึงคะแนนโหวตจากทั่วทุกสารทิศมาสร้างให้ตัวเองเป็นดาวในเวลาเพียงไม่กี่เดือน
เลยทำให้เคพีเอ็น เจ้าพ่อแห่งโรงเรียนสอนนักร้อง นักดนตรี เลยส้มหล่น ที่มีวัยรุ่นมาหัดร้องเล่น เต้นรำกันเพียบ ทำให้ผลประกอบการปีที่ผ่านมามีอัตราเติบโตไม่ติดตัวแดงเหมือนหลายๆ ธุรกิจ
ทำให้ในปีนี้ คุณณพเลยตั้งเป้าขยายสาขาอีก 10 แห่ง และมีอัตราเติบโตกว่า 20% โดยเน้นพื้นที่แถวๆ ภาคอีสานเป็นหลัก
อืม...ตราบใดที่วัยรุ่นไทยยังฝันที่จะเป็นดาว ตราบนั้นเคพีเอ็น ก็ยังเติบโตตามไปด้วยใช่มั้ยจ๊ะ
โพสต์ทูเดย์
– เคพีเอ็นชี้กระแสเรียลลิตี้ปลุกธุรกิจโรงเรียนดนตรีโตต่อเนื่องสวนกระแสธุรกิจ เล็งปีนี้ขยายสาขาอีก 10 แห่ง พร้อมเติบโตอีก 20%นายณพ ณรงค์เดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคพีเอ็น มิวสิค ผู้บริหารสถาบันดนตรีเคพีเอ็น เปิดเผยว่าธุรกิจโรงเรียนดนตรียังขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วง 56 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากกระแสการแข่งขันเรียลลิตี้โชว์มีส่วนช่วยผลักดัน
นอกจากนี้ ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนก็หันมาเอาใจใส่ด้านการเรียนดนตรีของบุตรหลานมากขึ้น ทำให้ภาพรวมของเคพีเอ็นในปี 2552 ที่ผ่านมายังเติบโตอยู่ แม้จะน้อยกว่า 10% ซึ่งเป็นการเติบโตน้อยที่สุดในรอบ 5 ปีก็ตาม แต่เมื่อเทียบกับธุรกิจอื่นที่หดตัวแล้วยังถือว่าน่าพอใจ
สำหรับในปี 2553 บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตทางด้านรายได้ 1020% เนื่องจากเชื่อว่าภาพรวมของเศรษฐกิจน่าจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ต้องพิจารณาปัจจัยลบอื่น ๆ โดยเฉพาะเรื่องของปัจจัยทางการเมืองว่าจะส่งผลกระทบหรือไม่
ทั้งนี้ บริษัทเตรียมแผนที่จะขยายสาขาของโรงเรียนดนตรีเคพีเอ็น ทั้งรูปแบบของการเปิดสาขาด้วยตัวบริษัทและการขยายแฟรนไชส์อีก 10 แห่งในปีนี้ โดยจะเน้นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพ เช่น ทางภาคอีสานที่มีการดูพื้นที่แล้ว โดยจะเน้นไปที่การขายแฟรนไชส์มากกว่าขยายด้วยตัวเอง
นอกจากนี้ ยังเดินหน้าขยายธุรกิจด้วยการนำเข้าเครื่องดนตรีจากประเทศจีนเข้ามาจำหน่าย โดยเริ่มจากเปียโนและไวโอลิน โดยตั้งเป้าหมายที่จะจำหน่ายเปียโน 300 หลัง ในราคาหลังละ 1.15 แสนบาทและไวโอลิน 800 ตัว ในราคาเริ่มต้นตัวละ 3,200 บาท
“ปีนี้เป็นปีที่เราตัดสินใจแตกไลน์ธุรกิจในกลุ่มเครื่องดนตรีมากขึ้น ซึ่งเป็นการทำธุรกิจให้ครบวงจร จากปัจจุบันที่เรามีโรงเรียนดนตรี 4 แห่งและแฟรนไชส์อีก 20 สาขา” นายณพกล่าว






