
อ้อนลดเข้มธุรกรรมส่งออก
เอกชนวอนธนาคารอย่าตื่นวิกฤตเศรษฐกิจโลก ชะลอปล่อยสินเชื่อผู้ส่งออก
เอกชนวอนธนาคารอย่าตื่นวิกฤตเศรษฐกิจโลก ชะลอปล่อยสินเชื่อผู้ส่งออก
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การที่ธนาคารออกมาส่งสัญญาณชะลอการให้สินเชื่อ รวมถึงให้ผู้ส่งออกไปทำประกันความเสี่ยง สำหรับผู้ประกอบการที่ส่งสินค้าไปสหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) จะส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการหายไป และหากธนาคารดำเนินมาตรการดังกล่าวจริง ต้นทุนของผู้ส่งออกจะยิ่งแพงขึ้น
ปัจจุบันผู้ส่งออกส่วนใหญ่ระมัดระวังการส่งออกอยู่แล้ว และพยายามหาวิธีป้องกันความเสี่ยงด้วยตัวเอง ซึ่งธนาคารมีประวัติอยู่แล้ว ดังนั้นธนาคารอย่างตื่นตระหนกจนเกินไป โดยเฉพาะการชะลอการปล่อยสินเชื่อ เพราะเงินที่ได้มาส่วนใหญ่ก็นำไปใช้ในการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปขายยังประเทศอื่นๆ ด้วยไม่ใช้เฉพาะแต่อียูและสหรัฐเท่านั้น
“มาตรการที่ธนาคารจะเข้มงวด ก็ควรจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป ไม่ใช่ออกมาตรการแบบปูพรม เพราะจะส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกอย่างมาก” นายพรศิลป์ กล่าว
สำหรับปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐและอียูที่เกิดขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยอยู่บ้างในช่วงไตรมาส 4 แต่จะยังไม่ถึงขั้นยกเลิกคำสั่งซื้อหรือหยุดซื้อสินค้า แต่อาจจะซื้อน้อยลงหรือขอเครดิตที่ยาวกว่าปกติ ส่วนเรื่องการขอลดราคาเกิดขึ้นยากถ้าไม่วิกฤตจริงๆ เพราะราคาขึ้นอยู่กับตลาดค่อนข้างมาก
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารส่วนใหญ่เริ่มเข้มงวดต่อการให้สินเชื่อกับผู้ประกอบการ โดยจะจัดผู้ประกอบการที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเข้าบัญชีที่ต้องจับตาดูเป็นพิเศษ ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากปัญหาค่าจ้าง และกลุ่มผู้ส่งออกที่มีตลาดหลัก 80100% เป็นสหรัฐและอียู ซึ่งผู้ที่อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงดังกล่าวธนาคารจะพิจารณาเป็นพิเศษ แต่ขณะนี้ก็ยังไม่ถึงขั้นชะลอการให้สินเชื่อ ส่วนการให้ผู้ส่งออกไปทำประกันความเสี่ยงค่าเงินนั้น เป็นเรื่องที่ดำเนินการกันอยู่แล้ว
“ตอนนี้ธนาคารเริ่มระวังมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีที่มีกำไรน้อย และกลุ่มผู้ส่งออกไปยังประเทศที่มีความเสี่ยง ดังนั้นการจะขยายธุรกิจธนาคารก็จะพิจารณาเป็นพิเศษว่ามีตลาดอยู่ที่ไหน และจะยิ่งเข้มงวดมากขึ้นอีกในปีหน้า” นายธนิต กล่าว







