
อุตฯไฟฟ้าอิเล็กฯโวยไม่รับ300
กลุ่มอุตฯ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไม่รับขึ้นค่าจ้างรวดเดียว 40% ขอรวมค่าอื่นๆ ใน 300 บาท
กลุ่มอุตฯ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไม่รับขึ้นค่าจ้างรวดเดียว 40% ขอรวมค่าอื่นๆ ใน 300 บาท
นายสัมพันธ์ ศิลปนาฎ ประธานคณะกรรมการบริหาร สมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ เปิดเผยภายหลังหารือกับ นพ.สมเกียรติฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน หารือถึงผลกระทบและแนวทางการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ในวันที่ 1 ม.ค. 2555 ว่า ตัวเลขการปรับเพิ่มค่าจ้างที่เริ่มส่งผลกระทบต่อธุรกิจอยู่ที่ 11-25%
ทั้งนี้ รับไม่ได้หากจะมีการปรับขึ้นค่าจ้างสูงถึง 40% ในครั้งเดียว เพราะภาวะเศรษฐกิจโลกกำลังผันผวน และไม่มีทางที่จะเพิ่มผลิตภาพมาชดเชยในระยะเวลาอันสั้น หากกระทรวงแรงงานผลักดันให้เกิดขึ้นจริง เชื่อว่าจะมีโรงงาน 50% ที่อยู่ได้ อีก50% โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี ได้รับผลกระทบ โรงงานจะหยุดให้โอที เพื่อควบคุมค่าจ้าง
สมาคมมีข้อเสนอ 2 ประการ คือ 1.อัตราค่าจ้างขั้นตํ่า วันละ 300 บาท ให้รวมรายได้คงที่อื่นๆ ที่แรงงานได้รับไว้ด้วย เช่น ค่าครองชีพค่ากะ ค่าอาหาร ฯลฯ โดยไม่รวมรายได้แปรผัน เช่น ค่าโอทีเบี้ยขยันหรือค่าทักษะงานยาก และ 2.ควรใช้เวลา 3 ปี ในการปรับขึ้นค่าจ้างให้ถึง 300 บาท
“ไม่มีประเทศไหนในโลกที่ขึ้นค่าจ้างทีเดียว 40% เพราะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทุกวันนี้ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์วิ่งอยู่บนพื้นฐานการเพิ่มผลิตภาพอยู่แล้ว สังเกตได้ว่าราคาเฉลี่ยต่อหน่วยต่ำลงทุกปี ฉะนั้นถ้าบอกว่าเพิ่มค่าจ้างแล้วได้ผลิตภาพแรงงานเพิ่ม อยากบอกว่าเป็นสิ่งที่พวกเราทำกันอยู่แล้วมาเป็นสิบปี”นายสัมพันธ์ กล่าว
ด้าน นพ.สมเกียรติ กล่าวว่า จะนำข้อเสนอต่างๆเข้าหารือที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้างกลาง วันที่ 5 ต.ค. โดยพยายามจะเร่งให้มีข้อสรุปโดยเร็วที่สุดว่าจะปรับขึ้นเป็นจำนวนเท่าใดเพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาเตรียมตัว
“น่ายินดีที่สมาคมฯระบุว่ามีโรงงานกว่า 50% ที่รองรับการเพิ่มค่าจ้าง 40% ได้ ส่วนที่เหลือเชื่อว่าจะมีการเลิกจ้างบ้าง แต่จะมีแหล่งงานที่อื่นรองรับแน่เนื่องจากปัจจุบันหลายๆอุตสาหกรรมอยู่ในภาวะขาดแคลนแรงงาน”นพ.สมเกียรติ กล่าว







