
ประเมินผลน้ำท่วมเสียหาย5.8หมื่นล.
หอการค้าฯ ชี้ น้ำท่วมเสียหายแล้ว 5.8 หมื่นล้าน เสนอรัฐเร่งหามาตรการป้องกันและบรรเทาในระยะยาว
หอการค้าฯ ชี้ น้ำท่วมเสียหายแล้ว 5.8 หมื่นล้าน เสนอรัฐเร่งหามาตรการป้องกันและบรรเทาในระยะยาว
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ศูนย์ได้ประเมินความเสียหายจากอุทกภัยตั้งแต่ต้นปี 2554 คืออุทกภัยภาคใต้ถึงปัจจุบัน พบว่าเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจรวม 58,494 ล้านบาท กระทบจีดีพีลดลง 0.507% โดยเป็นความเสียหายในระหว่างวันที่ 25 ก.ค.-21 ก.ย. จากพายุนกเตนมียอดเสียหาย 32,419 ล้านบาท กระทบจีดีพีลดลง 0.30.4% โดยเฉพาะด้านการเกษตรเสียหายแล้วประมาณ 31,536 ล้านบาท
ทั้งนี้ คาดว่าหากไม่มีฝนตกมาเพิ่ม ความเสียหายจะประมาณ 6 หมื่นล้านบาท และจากความเสียหายปีละเกือบ 1 แสนล้านบาท เห็นว่าหากรัฐบาลยังปล่อยให้เกิดความสูญเสียอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ในขณะที่รัฐบาลมีงบกระตุ้นเศรษฐกิจปีละประมาณ 12 แสนล้านบาท จะส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศในระยะยาว ฉะนั้นรัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญต่อการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยใน 25 ลุ่มน้ำให้มากขึ้น และควรเป็นโครงการเร่งด่วนที่จะต้องช่วยกันหาทางแก้ไข
เฉพาะความเสียหายของอุทกภัยระหว่างวันที่ 25 ก.ค.-21 ก.ย. มูลค่าความเสียหายรวม 32,419 ล้านบาท มาจากการคำนวณความสูญเสียของประชาชนที่ได้รับผลกระทบในกลุ่มต่าง เช่น จากข้อมูลอุทกภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่รายงานว่ามี 24 จังหวัดที่ประสบภัย ที่ประเมินว่าความเสียหายของเกษตรกรชาวนาที่ต้องเร่งเกี่ยวข้าว ทำให้ขายได้ในราคาเพียง 5,000-6,000 บาท เสียโอกาสในการขายข้าวในราคา 8,000 บาท ถึง 1 หมื่นบาท และสูญเสียพื้นที่นาข้าวและผลผลิต 4 ล้านไร่ พืชสวน พืชไร่ ที่น้ำท่วมนานกว่า 2 สัปดาห์ ทำให้เสียหาย 16,037 ล้านบาท ประมงเสียหาย 1,455 ล้านบาท ปศุสัตว์ 1,153 ล้านบาท ด้านอุตสาหกรรมที่ขาดแคลนวัตถุดิบ 391 ล้านบาท การท่องเที่ยว 648 ล้านบาท ความเสียหายแก่บ้านเรือน 1,820 ล้านบาท







